2011/Dec/03

 

Title: Sweet Chain
Pairing: Jin x Kazuya
Author: kaname

 

 

 

คาเมะคิดว่าตัวเองลืมวิธีหายใจเสียแล้วตอนที่หมอแจ้งผลการตรวจร่างกายกับเขา   ในเวลานั้นคาเมะได้แต่หัวเราะอย่างไม่ยอมรับความจริง  หมออำเขาเล่น  หมอโกหก  มันจะเป็นไปได้ยังไง   คาเมะเรียนหนังสือมานะ  หลักสูตรที่บรรจุเอาไว้ตอนมัธยมต้นถึงจะผ่านมาสิบกว่าปีคาเมะก็ยังจำได้ดีอยู่หรอก 

 

 

อันที่จริงใคร ๆ ก็ตอบได้แม้ไม่ได้เรียนหนังสือด้วยซ้ำ!

 

 

แต่คุณหมอผู้มีสีหน้านิ่งขรึมกลับเกาะกุมมือเขาอย่างปลอบใจว่า.....  ไม่ใช่เขาคนแรก  ที่เป็นอย่างนี้

 

 

หมอแนะนำวิธีดูแลตนเองอีกนานเป็นชั่วโมง  รวมทั้งแนะนำจิตแพทย์ที่ไว้ใจได้ให้เขาเพื่อเข้ารับการปรับสภาพจิตใจเสียด้วยซ้ำตอนที่เห็นเขานิ่งเพราะพูดไม่ออก

 

 

 

 

เขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายเต็มตัว....    กลับ....

คาเมะลูบหน้าท้องตัวเองเบา ๆ ราวจะส่งสัมผัสถึงหัวใจน้อย ๆ ที่เต้นอยู่ภายใน

สองเดือนที่ผ่านมา  ในร่างกายนี้  กลับมีเลือดเนื้อ มีหัวใจประกอบอยู่อีกดวง

 

 

 

 

 

คาเมะใจสั่นด้วยความหวาดหวั่น   ริมฝีปากแห้งผาก   ราวกับภาพทั้งโลกเบลอ ๆ มัว ๆ ไปหมด  คาเมะจำไม่ได้ว่าตัวเองขับรถออกมาได้อย่างไร  ผ่านถนนชื่ออะไร  ใช้เส้นทางไหนกลับมายังอพาร์ทเม้นท์หรูกลางใจเมืองที่คุ้นเคย  

 

 

เขานั่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ เช่นนั้นครู่หนึ่ง  ก่อนเปิดโทรทัศน์เพื่อจะเปลี่ยนช่องไปเรื่อยอย่างใจลอย  แล้วแช่อยู่ที่รายการหนึ่งเป็นการสัมภาษณ์ดาราชื่อดังที่เพิ่งกลายเป็นคุณแม่มือใหม่   คาเมะดูจนจบรายการและน่าแปลกที่คาเมะจำคำพูดในรายการได้ทุกคำ แต่เขาก็ยังเหม่อ ๆ เหมือนจมจ่อมลงไปในความคิดตัวเอง

 

 

 

เขาจะเลี้ยงเด็กคนนี้ได้จริง ๆ หรือ

 

 

 

ชีวิตทั้งชีวิตที่ไม่เคยจินตนาการถึงการอุ้มท้องด้วยตัวเอง  คาเมะมองตัวเองว่าเป็นเพศชายมาตลอดต่อให้รสนิยมบางอย่างจะไม่เหมือนผู้ชายแท้ ๆ นักก็ตาม 

 

 

 

 

 

 

 

พระเจ้า....

 

 

คาเมะเอามือปิดปาก

แล้วนี่เขาจะบอก  'พ่อเด็ก'  ว่ายังไงดี

 

 

 

 

 

 

"ทำไมอยู่มืด ๆ ล่ะคาเมะ?"

 

 

ไฟเปิดสว่าง  คาเมะสะดุ้ง  จินมาตั้งแต่เมื่อไหร่?  สีหน้าตกใจของคาเมะทำให้ชายหนุ่มนึกขำในทีแรก  แต่ดวงหน้าซีดเซียวที่มองมาทำให้จินตกใจมากกว่า   เขารีบรุดเข้ามาเอาหลังมืออังที่หน้าผาก  

 

 

"ตัวก็ไม่ร้อน  แต่ทำไมพักนี้นายดูซูบลงไปทุกวัน  หมอว่าไงบ้าง?"

 

 

หมอบอกว่าเขาทานน้อยเกินไปในช่วงที่ร่างกายต้องการสารอาหารครบถ้วนมากที่สุดเพื่อจะส่งเลือดไปเลี้ยงเด็กในท้องเขา 

ถ้าบอกไป จินจะตกใจแค่ไหนกันนะ?

 

 

"ทำงานเยอะ แต่พักผ่อนน้อยไปน่ะ  เลยไม่ค่อยสบาย"

 

 

"ฉันก็ว่านายทำงานหามรุ่งหามค่ำเกินไปนะ   ดูแลตัวเองด้วยสิ"

 

 

จินโอบกอดเขาจากด้านหลัง   ปลายจมูกที่คลอเคลียอยู่บนต้นคอกลับไม่ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มได้อย่างเคย   คาเมะหันมาเผชิญหน้ากับจินเพียงแต่ไม่กล้าสบตา

 

 

"ฉันถามอะไรจินหน่อยได้มั้ย"

 

 

"อะไรหรือ ทำไมดูซีเรียสจัง"    

 

 

จินหัวเราะขณะยกมือเขาขึ้นจูบเบา ๆ  คาเมะพยายามยิ้ม  แต่รู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ทั่วท้อง    

 

 

"จินอยากมีลูกมั้ย?"

 

 

"ยังไม่อยาก"

 

 

คาเมะหายใจสะดุด    "ไม่คิดสักหน่อยเหรอ"

 

 

"คิดทำไม  ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องนั้น"    

 

 

จินหอมแก้มเขาเบา ๆ  เป็นการเชิญชวน  คาเมะพยายามปฏิเสธในครั้งแรก  แต่เมื่อถูกตื๊อด้วยรสจูบอันคุ้นเคยหลายหน  คาเมะก็ถูกชักจูงเสียแล้ว  แต่ในวินาทีที่แผ่นหลังสัมผัสที่นอนนุ่ม   คำเตือนอันแสนจริงจังของหมอก็วาบเข้ามาในความคิด   อายุครรภ์อาจแค่สองเดือนจริง  แต่ร่างกายนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตั้งครรภ์โดยเฉพาะแบบผู้หญิง  ทำให้การมีเซ็กซ์อาจกระเทือนไปถึงตัวเด็กได้   

 

 

คาเมะไม่ค่อยเข้าใจว่าการมีเด็กอยู่ในท้อง ต้องรู้สึกยังไงต้องทำตัวยังไง

แต่….วันนี้เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม....  ไม่เหมือนเดิม...

 

 

"จิน...วันนี้ฉันเหนื่อย"     คาเมะยิ้มอ่อน     "ไว้...วันหลังนะ"

 

 

"นี่ก็เกือบเดือนแล้วนะคาเมะ  อยากกอดนายจะแย่"     จินประท้วง  

 

 

"นายจะบ้างานไปถึงไหน  แบ่งเวลาให้ฉันบ้างสิ"

 

 

"ไม่ได้นะจิน!"      คาเมะหลับตาเสี่ยงพูด   "ฉันท้อง!"

 

 

ร่างบางค่อย ๆ เปิดตาขึ้นหวังดูปฏิกิริยาอีกฝ่าย  เขาเห็นจินอึ้งไป  ก่อนชายหนุ่มจะยิ้มอย่างระอา ลุกขึ้นนั่งกอดอกตัวตรง   

 

 

"ไม่มีอารมณ์ไม่ว่า แต่เล่นพูดอย่างนี้ก็ตกใจหมด"

 

 

"คือ...คือ... ฉัน..."    คาเมะนิ่งไปนิดอย่างคิดจะลองใจ     "แล้วถ้าฉันท้องขึ้นมาจริง ๆ  จินจะเอาไว้หรือให้ไปเอาออก"

 

 

"ไม่เอาน่าคาเมะ"     จินพูดอย่างนึกรำคาญ    "พูดอะไรเล่น ๆ อยู่ได้   นายเป็นผู้ชายนะ... หืม?  นาย.. นายพูดจริงเหรอ?"

 

 

จินนิ่งไปเมื่อเห็นแววตาของคาเมะ  มันบอกความเครียดจัด ความหวาดกลัว  ความไม่แน่ใจในหลาย ๆ สิ่งออกมาเด่นชัด   แต่สิ่งหนึ่งที่ปรากฏจากแววตานั้นคือ....คล้ายว่าคาเมะกำลังพูดความจริง

 

 

"หมอบอกว่ามีเคสอย่างนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน  แต่นาน ๆ ครั้ง..."

 

 

"ให้ตายสิคาเมะ!  นายไปตรวจกับหมอที่ไหนมาเนี่ย?"

 

 

"นายไม่ได้ดีใจใช่มั้ย?"  

 

 

คาเมะถาม  คำตอบที่ได้รับคือสีหน้าที่ไม่ได้มีความปิติยินดีของจินปนอยู่สักนิด มีแต่ความงุนงงสับสนอยู่เต็มใบหน้า เขานึกผิดหวังขึ้นมา  คาเมะแค่อยากมีเพื่อนช่วยขบคิดว่าจะทำยังไงต่อไปดี  ตอนนี้เขาสับสนกว่าจินเป็นล้านเท่าแน่

 

 

ทว่าคาเมะก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ กับตัวเองเมื่อนึกอะไรได้  

ก็นั่นสิ...จินกำลังจะมีผลงาน  ปล่อยให้ตัวเองมีข่าวฉาวไม่ได้เด็ดขาด  ถึงจะคร่ำหวอดในวงการมานานแค่ไหน กฎข้อนี้ก็ไม่มีการยกเว้น

 

 

เขาเองก็ถือเป็นคนทำงานเบื้องหลังคนหนึ่งเหมือนกัน  น่าจะรู้  ว่าหากเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้ว  ไม่ใช่จินคนเดียวที่จะเสีย  แต่หมายถึงทีมงาน ครอบครัว  แล้วยังลามไปถึงค่ายต้นสังกัดอีกต่างหาก  ไหนจะแฟนเพลงของจินอีกล่ะ  

 

 

นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเขากับจินสักหน่อย  มันเป็นเรื่องของคนกลุ่มใหญ่ 

เพราะจินมีชื่อเสียง

 

 

“ฉันพูดเล่นหรอกน่ะ  เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว”

 

 

คาเมะโกรธตัวเองเสียเฉย ๆ   เคยบอกให้ห้ามใจแล้วไม่ใช่หรือ?  

จะให้จินใจดีด้วย  อ่อนโยนด้วยแค่ไหน  ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างของจินเป็นของเขาสักหน่อย

 

 

“ลืมไปแล้วกันว่าฉันพูดอะไร”

 

 

คู่รักกันหรือก็ไม่ใช่   ก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราวที่ไม่นานก็คงถึงคราวแยกทาง เห็นแก่ตัวจริงคาเมะ   เพื่อต้องการคนมาแบ่งเบาภาระเรื่องเด็กคนนี้  ถึงกับจะทำลายจินเชียวหรือ

 

 

"ฉัน...จะกลับบ้าน"

 

 

"เอ๋  เดี๋ยวสิคาเมะ... "   

 

 

จินคว้าแขนเขาเอาไว้  ดวงตาบนใบหน้าหล่อคมเบิกกว้าง  คาเมะรู้ว่าทำไมจินประหลาดใจ  ถ้าไม่ทะเลาะกันคาเมะไม่เคยร้องจะกลับบ้านกลางดึกอย่างนี้สักครั้ง 

 

 

แต่....วันนี้คาเมะทนอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วจริง ๆ

 

 

"ไม่เป็นไร   ฉัน...ขับรถกลับเองได้"

 

 

 

...........................................................................................................................

................................................................................................................................................

 

 

นัยน์ตาคมกริบ  แฝงความมึน ๆ รั่ว ๆ ไว้ในตัวได้อย่างแนบเนียน    สิ่งที่เห็นขณะทำงานร่วมกันครั้งแรกทำให้คาเมะอมยิ้มไม่หยุด  และน่าแปลกที่ยิ่งคาเมะอมยิ้มขณะมองอีกฝ่ายผ่านช่องเลนส์   เจ้าตัวยิ่งดูทำอะไรไม่ถูก  ดูเขิน ๆ อาย ๆ  ไม่เหมือนไอดอลชื่อดังสักนิด  ท่าทางไม่เป็นพิษเป็นภัยแบบนั้นทำให้คาเมะไม่คิดระวังตัวเมื่อจินเข้ามาคุยด้วย  เอาตัวเข้ามาใกล้ชิด  และสุดท้ายคาเมะก็กลายเป็นของจินทั้งตัวและหัวใจโดยไม่รู้ตัว 

 

 

การเป็นตากล้องมืออาชีพในวงการบันเทิง กว่าจะไต่มาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย  กับไอดอลคนดังที่ชื่อเสียงไม่เคยตก  มีผลงานสม่ำเสมอยืนยันแทนคำพูดได้ว่าได้รับความนิยมจากฝูงชนมากมายแค่ไหนตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา  คำว่า 'คบกัน' จึงไม่เคยถูกนำออกมาใช้   แค่ได้เห็นหน้าก็พอใจ  อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข    

 

 

คาเมะเกือบทำให้ที่พักพิงทางใจของตัวเองต้องเดือดร้อนเสียแล้ว

 

 

 

ตัดสินใจแบบนี้คงถูกแล้ว   ตัดปัญหาความยุ่งยากทั้งหมด    ไม่ได้สำคัญว่าเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง  แต่สำคัญว่าอีกฝ่ายเป็นจิน   หากยังอยากรักษาชื่อเสียงของจินและรักษาอาชีพของเขาไว้ได้ในขณะเดียวกัน  มันก็ต้องทำแบบนี้ล่ะ

 

 

แต่คาเมะกลับมือเย็นเฉียบ   สมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว    ยังดีอาศัยความชำนาญจึงยังไม่กระเทือนงาน   ยิ่งเมื่อถึงตอนพักกอง  เขากำลังเช็คเลนส์  เห็นแล้วว่าจินกำลังมองมา  เขากลั้นใจก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาจิน  แล้วเดินนำเข้าไปในห้องพักนายแบบที่ไม่มีคนอยู่

 

 

คาเมะใจเต้นไม่เป็นส่ำ   น้อยครั้งเหลือเกินที่คาเมะจะโกหกเรื่องใหญ่ ๆ ได้สำเร็จ     แค่คิด  เขาก็หายใจลำบากเข้าทุกที

 

 

“คาเมะ!”

 

 

คาเมะแกล้งหันหน้าไปมอง  เขาทำหน้านิ่ง   นิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะทำได้    จินเดินเข้ามา ดูอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ   มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน   ร่างบางลอบยิ้มอ่อน  จินก็ยังเป็นจิน....  ใครจะไปเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับคนที่ดูมั่นใจเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟน ๆ คนนั้น

 

 

"เมื่อวานนี้...ฉันขอโทษนะ"  

 

 

"สำหรับเรื่องอะไร?"      

 

 

คาเมะถามเสียงเฉย    จินยิ่งคิดว่าคาเมะกำลังโกรธ  เพราะตั้งแต่เช้า  นอกจากตอนทำงานคาเมะไม่ยอมมองหน้าจินเลยทั้งที่วันนี้ได้อยู่กองเดียวกัน  เขารีบกล่าวต่อ   

 

 

"คำถามเมื่อวาน  นายคงถามลองใจฉัน  แต่ฉัน... กลับทำให้นายมั่นใจไม่ได้เลย"

 

 

"อือ ไม่หรอก  ก็แค่ถามไปงั้นเอง"

 

 

"ฉันจะเอาเด็กไว้"    

 

 

คาเมะชะงัก ดวงตาฉายความวูบไหว  เบนสายตามามองจิน 

แวบหนึ่ง เขาคิดจะเปลี่ยนใจ....

 

 

"คาเมะ  ต่อให้นายมีลูกขึ้นมาได้จริง ๆ   ฉันก็จะเลี้ยงเด็กคนนั้นไว้    ไม่ยกให้ใครเด็ดขาด"

 

 

"หืม  จินเนี่ยเป็นคนดีจังนะ  แต่ถ้าฉันท้องขึ้นมาจริงคงยุ่ง"   

 

 

คาเมะหลุบตาลง หัวเราะเบา ๆ  เสียงหัวเราะที่ปั้นแต่งขึ้นมาขนาดตัวเองฟังแล้วยังขนลุกพิลึก 

 

 

"เพราะฉันก็คงไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กกันแน่" 

 

 

จินอึ้งไป  ลืมประโยคที่จะพูดต่อจนหมด  เขาขมวดคิ้ว

 

 

"อะไรนะ?"   

 

 

คาเมะทำหูทวนลมแล้วเดินหนี  แต่จินเดินมาดักหน้าไว้      

 

 

"เมื่อกี้นายพูดอะไรคาเมะ  หมายความว่ายังไง?"

 

 

"จินไม่ได้อยู่กับฉันตลอดนี่นา  ฉันทำงานก็เครียดก็เหงาเป็นเหมือนกัน"   

 

 

ร่างบางชะงักไปนิด   “อ๊ะ? อย่าว่ากันเลยนะ  เพราะถ้านายจะไปหาคนอื่นบ้างก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือ”

 

 

เห็นหน้านิ่ง ๆ ของคาเมะ จินก็พยายามผ่อนลมหายใจลง  คาเมะก็อาจจะแค่ลองใจอีกรอบ  

 

 

"นายล้อเล่นใช่ไหม?"

 

 

คาเมะไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ  

กระทั่งจินรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอเต็มไปหมด

 

 

"ใคร!"  

 

 

ดวงตาวาวโรจน์ตะคอกลั่น   เขาทุบผนังห้องจนเสียงดังตึงก้องไปทั่ว คาเมะสะดุ้งเฮือก ก่อนทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบ   จินมองตาคาเมะก่อนกดเสียงซ้ำ   

 

 

"มันเป็นใคร!!"

 

 

คาเมะพูดอะไรต่อไม่ออก  ได้แต่รอ...  รอฟังคำต่อว่ากล่าวขาน  รอรองรับอารมณ์ร้ายของจินที่น่าจะตามมาในไม่ช้า 

 

 

“บอกสิว่านายโกหก...!”

 

 

คำตัดพ้อสั้น ๆ ก่อนหายลงไปในลำคอ แต่ดวงตากลับฉายรอยรวดร้าวบางอย่างมากขึ้นทุกที  คาเมะอยากให้มันง่ายกว่านี้  อยากให้มันผ่านไปเร็ว ๆ   อยากให้จินคิดว่าในเมื่อคาเมะนอกใจจินเสียแล้ว  ก็รีบ ๆ ทิ้งคาเมะไปเถอะ 

 

 

อย่างจินน่ะ...จะหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้

 

 

ร่างบางเดินหนี  เพื่อซ่อนสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ของตัวเอง  แต่ถูกจินดึงแขนเอาไว้  เขาพยายามปิดหูไม่ฟังอะไรแม้แต่ตอนที่จินเข้ามาเขย่าตัว  เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำแม้เมื่อเหล่าสตาฟจะเปิดประตูมาเพราะเสียงเอะอะดังไปถึงด้านนอก   ทั้งหมดที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาแยกทั้งสองออกอย่างตกอกตกใจโดยไม่รู้เหตุผลว่าทั้งสองทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร  

 

 

 

.....................................................................................

.........................................................................................

 

 

ร่างบางนั่งอยู่หน้าจานข้าวที่พร่องไปยังไม่ถึงครึ่งด้วยอยากจะหยุดตักใส่ปากเสียที  แต่มือข้างถนัดก็วางช้อนไม่ลงเมื่อนึกขึ้นได้ทุกทีว่าต้องรับสารอาหารเผื่อสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ เข้าไปด้วย  เขาทำหน้าพะอืดพะอมแล้วสุดท้ายก็ต้องเลิกกินก่อนจะได้แหวะเอาของเก่าออกมาด้วย  คาเมะไม่ชอบกินข้าวมาแต่ไหนแต่ไร  ให้พยายามมากเกินไปคงไม่ไหวหรอกกระมัง

 

 

ทันใดนั้น หางตาก็ปรายไปเห็นร่าง ๆ หนึ่ง  คาเมะอยากจะถอนหายใจแรง ๆ  ยิ่งเป้าหมายจ้องเขาเขม็งแถมพุ่งตรงมาทางนี้  คาเมะก็แทบไม่ต้องเดาว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาหาด้วยเรื่องอะไร   

 

 

ชายหนุ่มหน้าตาหล่อจัดไม่แพ้เพื่อนสนิทกำลังเดินตรงมาพร้อมนิตยสารซุบซิบชื่อดังในมือ   แปลกตาดีเหมือนกัน  ก็ปกติยามะพีเกลียดหนังสือพวกนี้ยิ่งกว่าอะไร  อย่างน้อยเขาไม่เคยเห็นยามะถือหนังสือกอสสิปเดินไปเดินมาในกองถ่ายแบบนี้ก็แล้วกัน

 

 

"ฉันไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะ  แต่นี่เรื่องอะไรของนาย"

 

 

พาดหัวข่าวตัวโตเรื่องดาราไอดอลชื่อดังมีปากเสียงกับตากล้องไม่ระบุชื่อจนตกใจกันไปทั้งกองตบเปรี้ยงลงบนโต๊ะ  ถึงจะไม่บอกว่าเป็นใคร แต่ตัวย่อทั้งชื่อสกุลชื่อค่ายขนาดนี้  ไม่รู้ก็แย่แล้ว   คาเมะเงยหน้ามอง   ส่วนสตาฟแถวนั้นพากันเงียบกริบราวจะรอฟัง  แต่ครั้นยามะพีส่งสายตาอำมหิตให้โดยรอบ  เหล่าสตาฟก็ต้องลุกพรึ่บพรั่บ พากันย้ายไปนั่งที่อื่นอย่างช่วยไม่ได้

 

 

"ก็..."     

 

 

คาเมะถอนหายใจ  พลางจิ้มมะเขือเทศสีแดงสดของเพื่อนสตาฟ ที่หั่นเคียงจานไว้ทานกลางวันอย่างเป็นระเบียบเข้าปากเพื่อยื้อเวลา  

 

 

"ก็ตามที่เห็นนั่นแหละ.."   

 

 

เมื่อมีชิ้นแรกก็มีชิ้นถัดไป    

 

 

"ไม่ได้มีรายละเอียดมากกว่านั้น"  

 

 

คาเมะพูดยังหยิบมะเขือเทศเข้าปากไม่หยุด จนพร่องไปเกือบครึ่งถาดไม่รู้ตัว  พอรู้ตัวก็ชะงัก  ดวงหน้าสวยออกอาการตกใจ  ปกติเขากินมะเขือเทศเสียที่ไหน  หรือนี่จะเป็น...อาการแพ้ท้อง?

 

 

คาเมะทำหน้าเหมือนอยากตายขณะเงยหน้ามองยามะพี  สีหน้าไม่รู้ร้อนเช่นนั้นทำให้ยามะพียิ่งโมโหขึ้นไปอีก   ชายหนุ่มหรี่ตาลง  ขู่คุกคามอย่างเอาจริง

 

 

"ฉันไม่เคยยื่นมือเข้าไปยุ่งกับนายสองคนก็จริง"    เสียงกดต่ำ กระซิบ   "แต่ถ้านายทำให้หน้าที่การงานจินต้องกระเทือนล่ะก็... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"

 

 

“งั้นเหรอ  จะทำอะไรก็อย่าให้พลาดแล้วกัน  อย่าลืมว่าดาราอย่างพวกนาย  อยู่ได้เพราะชื่อเสียง”

 

 

คาเมะบอกกลับเรียบ ๆ   เพราะทั้งคู่ต่างรู้ดี  ว่ากว่าจะฝ่าฟันมาสู่หน้าที่การงานที่จุดนี้ได้ต้องผ่านมือเสือสิงห์กระทิงแรดมาแค่ไหน  แล้วคาเมะก็รู้ว่าตัวเองพูดถูก  ทุกย่างก้าวของคนที่อยู่ใต้แสงไฟ ตกอยู่ในความสนใจของคนในประเทศอย่างยามะพี.... ก็เหมือนกับจินนั่นแหละ   คิดจะใช้วิธีสกปรกอะไรเล่นงานเขาหรือ? ก็ลองดูสิ

 

 

คาเมะไม่ได้สังเกตสักนิดว่าตัวเองเริ่มมีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นแปลก ๆ  ราวกับฮอร์โมนในร่างกายกำลังแปรปรวน

 

 

 

แล้วอยู่ ๆ  อะไรบางอย่างก็พุ่งขึ้นรวดเร็ว มาบนคอ   คาเมะเอามือปิดปาก  

ร่างบางทำหน้าพิกล

 

 

อุ๊บ...

 

 

“นายนี่มัน..... ฮะ...เฮ้ย”

 

 

 

 

……………………………………………………………………………………………………….

………………………………………………………………………………………………………………..

 

 

 

 

 

“ขอโทษ”

 

 

คาเมะทำคอตกขออภัยแก่คู่กรณีแต่โดยดี เพราะหลักฐานชี้ความผิดมาที่ตัวเองเต็ม ๆ   ยามะพีเพียงแต่ส่งสายตาดุ ๆ ขณะรอเสื้อตัวใหม่ที่ฝ่ายคอสตูมกำลังไปเอามาให้   สีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเปลี่ยนจากเมื่อครู่หลังมือเป็นหน้ามือทำให้คนมองหลากใจอยู่บ้าง  หมอนี่คงรู้สึกผิดเป็นกับเขาเหมือนกัน  

 

 

“สกปรก”     ยามะพีบ่นอีกรอบ    “ดีนะที่คิวถ่ายฉันหมดแล้ว”  

 

 

“ขอโทษนะ”

 

 

“พูดเป็นอยู่คำเดียวรึไง?”   

 

 

ยามะเริ่มขึ้นเสียง  แต่แทนที่คาเมะจะเถียงกลับอย่างที่คิด  เจ้าตัวกลับก้มหน้างุดแทนคำแก้ตัว  จะว่าไป  ดวงหน้าสวยที่เคยมีสีเลือดฝาดแต่งแต้มพวงแก้ม ดูซีด ๆ ลงไปพิกล   

 

 

“ก็น้ำหอมนายมันเหม็น....ได้กลิ่นแล้วเวียนหัว เมื่อกี้ฉันเลยคลื่นไส้”    

 

 

“พูดบ้า ๆ?!”  

 

 

ยามะพีทำตาโต ก้มลงดมกลิ่นกายตัวเอง  ขณะคาเมะมองซ้ายมองขวาหามะเขือเทศอีกครั้งเพราะปากเริ่มอยาก  แต่พอเห็นว่าไม่มีเหลือแล้วเจ้าตัวก็ยิ่งหูตกหางตกด้วยความเสียดาย  ร่างสูงขมวดคิ้วมองกริยาของคาเมะอยู่ตลอด ก่อนถามอย่างเสียดสี   

 

 

“แล้วนี่นายจะทำงานเยอะ ๆ ไปทำไม?  อยากได้เงินขอจินก็ได้นี่?” 

 

 

คาเมะหันขวับขมวดคิ้วมุ่น    “ฉันไม่ใช่แมงดาบนหลังใคร”

 

 

คนฟังเลิกคิ้ว  ยามะพีไม่ค่อยชอบคาเมะมาแต่ไหนแต่ไร  เพราะเจ้าตัวดูเฉย...ระวังตัว   จนดูไม่ออกว่าเป็นความเจียมเนื้อเจียมตัว หรือว่าไม่ได้คิดอะไรกับจินนอกจากเห็นว่าเป็นถังเงินถุงทองกันแน่   เพราะยามะพีเห็นแค่ว่าที่ผ่านมาจินพยายามเอาอกเอาใจคาเมะแค่ไหน  แต่ไม่ได้รู้...ว่าคาเมะต้องแสดงออกให้น้อยที่สุด ก็เพื่อไม่ให้จินตกเป็นที่สนใจของเหยี่ยวข่าวในวงการบันเทิง 

 

 

“แต่ดูเพื่อนฉันจะอยากให้นายเกาะมากเลยนะ  อันที่จริง...”

 

 

“ฉันกับจิน เราเลิกกันแล้ว”   

 

 

คาเมะพูดตัดบท ขณะวางกล้องไว้ในตำแหน่งวางแล้วเดินออกไปข้างนอกหมายจะหามะเขือเทศกิน  แต่ถูกยามะพีกระชากแขนเอาไว้เสียก่อน  

 

 

“อะไรนะ? เมื่อไหร่?!”

 

 

คาเมะถอนหายใจแรง  หมอนี่จะอะไรนักหนา  เห็นว่าอยากให้เขาเลิกกับจินนักหนาด้วยว่าเขาเป็นผู้ชายบ้างล่ะ  ออกสื่อเพื่อโปรโมตอย่างคนอื่นไม่ได้บ้างล่ะ  ไม่ได้รักจินจริงแค่หวังเกาะกินบ้างล่ะ   พอเลิกกันจริงแล้วทำไมไม่ดีใจ?

 

 

ร่างบางบิดแขนออก  แต่ยามะกลับก้าวเท้าย่างเข้ามาชิด  สัญชาตญาณปกป้องเด็กในท้อง  ทำให้คาเมะต้องก้าวถอยอย่างหวาดระแวงทั้งที่ปกติเขาไม่เคยกลัวการประจันหน้ากับยามะพีสักครั้ง   ร่างสูงหรี่ตา  คล้ายจะโกรธ...

 

 

"ฉันเตือนแล้วไม่ใช่หรือ  ว่าอย่าได้ทำให้เพื่อนฉันต้องเสียใจ"

 

 

คาเมะเงยหน้าขึ้นมองยามะพี   แอบคบกันก็ว่า  เลิกกันก็ว่า   จะเอายังไงแน่!

เขาไม่อยากให้ยามะพีขุดคุ้ยเรื่องของเขากับจินตอนนี้  เขายังทำใจไม่ได้....   ยิ่งช่วงที่อารมณ์พลุ่งพล่านง่าย ๆ แบบนี้  เขากลัวว่าจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้วทำอะไรไม่ดีลงไป...

 

 

 

 

 

ตุบ....

 

 

 

ของในมือร่วงลงพื้น  จินเปิดประตูค้าง  ยืนอยู่หน้าประตู    ทำให้คนทั้งสองที่กำลังยืนเถียงกันอยู่ในห้องหันขวับมามอง   ในภาพชวนให้ลมหึงตีกลับ  เมื่อยามะพีกอดอกเปลือยท่อนบน  ยื่นหน้าเข้าไปหาร่างเล็กกว่าผิวขาวจัดในระยะใกล้...ใกล้จนน่าจับไปกระชากออกมานัก

 

 

แล้วจินก็ทำอย่างที่คิด….  อาจจะไวกว่าความคิดเสียด้วย

 

 

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน”   จินกดเสียงต่ำ

 

 

“แต่ฉันไม่มี”   

 

 

ดวงหน้าอ่อนใสกล่าวราวกับไม่แคร์  สะบัดมือจากจิน  ก่อนเขยิบกลับไปหายามะพีเพื่อใช้เป็นที่กำบังจินโดยไม่ตั้งใจ  ภาพนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกหลากหลายในสายตาคนมอง      

 

 

“ฉันไม่รู้ว่านายโกรธอะไร แต่อย่าประชดฉันอย่างนี้นะ!”

 

 

"จิน  นี่ที่ทำงาน  มีอะไรไปคุยกันที่อื่น"     บุคคลที่สามออกปากเตือน

 

 

“นายไม่เกี่ยว!  หุบปาก!”  

 

 

ยามะพีคล้ายจะเหวอไป  แต่คาเมะก็ยังยืนหน้ามุ่นอยู่ตรงนั้น  ไม่ยอมแม้แต่จะให้จินลากออกไปหาที่คุยกันที่อื่น  สตาฟข้างนอกไม่กล้าเข้ามายุ่งช่วงเวลาส่วนตัวนี้แน่  เพราะจินกับยามะพีเป็นเพื่อนสนิทกัน  ไปมาหาสู่กันบ่อยแม้แต่เยี่ยมกองเพียงเพื่อเอาข้าวเอาน้ำมาส่ง  

 

 

นี่แหละช่วงเวลา ‘คุยกัน’  ที่เหมาะที่สุดแล้ว  ให้หลังจากนี้ คาเมะจะยอมไปกับเขาดี ๆ หรือไงล่ะ?

 

 

“จิน....”   คาเมะเอ่ยขึ้นมาก่อน   “ฉันว่า...เมื่อเช้าฉันเขียนเนื้อความครบนะ?”

 

 

“ส่งข้อความมาบอกเลิกทางโทรศัพท์เนี่ยนะ?   นายน่าจะทำได้ดีกว่านั้นนะคาเมะ!”   

 

 

จินโมโหขึ้นมาเมื่อเห็นคาเมะปรายตาไปทางยามะพีบ่อย ๆ ราวจะขอความช่วยเหลือ  หัวใจที่กำลังหวาดระแวงว่าอะไร? ใคร?  ทำให้คาเมะเปลี่ยนไป ทำให้จินแทบจะเป็นหมาบ้า

 

 

ในที่สุดนักร้องหนุ่มจึงหาเรื่องกับเพื่อนตัวเอง

 

 

“หรือว่า.....มีใครอยากเป็นพ่อเด็กในท้องนายอีกคน?!”

 

 

คำพูดประชดประชันในเชิงเปรียบเทียบทว่าไม่รู้ความจริงของจิน  กลับทำเอายามะพีสะดุ้งไป  ก่อนจ้องคาเมะเขม็งอย่างครุ่นคิด  แล้วทำหน้าคล้ายนึกอะไร  ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นอาการตกตะลึง

 

 

คาเมะไม่รู้ว่ายามะพีกำลังคิดอะไร ได้แต่ขอร้องทางสายตาว่าอย่าพูดอะไรออกมา 

 

 

“เอ่อ  จิน.. นายเคยบอกว่า....คาเมะเกลียดมะเขือเทศ?”

 

 

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง  ถอยไป! ฉันมีเรื่องคุยกับแฟนฉัน คนนอกไม่เกี่ยว!”

 

 

คำประกาศเสียงดังลืมตัวอย่างไม่กลัวใครได้ยินทำให้คาเมะเบิกตาโต  เผลอตัวจิกแขนยามะพีไว้แน่น  

 

 

“แต่เมื่อกี้....หมอนี่กินมะเขือเทศไปคนเดียวทั้งถาดเลยล่ะ”    

 

 

ยามะพีทำหน้าเหลือเชื่อสุด ๆ    เขาไม่รู้ว่าจินแค่พูดเรื่องเด็กขึ้นมาเพราะเป็นหัวข้อที่เถียงค้างคากันมาตั้งแต่เมื่อวานเท่านั้น    

 

 

“แล้วเมื่อกี้ก็ยังคลื่นไส้อาเจียน...  พระเจ้า  นี่นายท้องจริง ๆ เหรอ?  ฉันคิดว่าเป็นข่าวลือมาตลอด....ผู้ชายท้องได้จริง ๆ เหรอ?”

 

 

คำถามแบบอยากได้คำตอบจริง ๆ ของยามะพีก่อความเงียบไปทั้งห้อง  ผู้ชายสองคนมองหน้ากันอย่างคิดว่าต่างฝ่ายจะมีคำตอบให้คำถามตัวเอง  คาเมะหน้าซีดลงไปอีกในขณะที่จินเป็นฝ่ายทำหน้ามึนไปครู่ใหญ่ 

 

 

“คาเมะ  หรือว่า..?”

 

 

เขามองคาเมะอย่างคาดคั้น...  ถ้าคาเมะมีอาการอย่างที่ยามะพีพูดจริง  มันก็แปลกแล้ว...แปลกมาก ๆ   

 

 

ยามะพีไวกว่า  ร่างสูงก้าวยาวเพื่อจะเลิกเสื้อคาเมะดูว่ามันจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรให้สังเกตเห็นได้หรือไม่  แต่ไม่ทันถึงตัวคาเมะก็รีบถอยหนีไปอย่างหวงเนื้อหวงตัว  มือกุมท้องไว้  ดวงหน้าฉายความตื่นตระหนกราวกับกลัวใครจะมาทำอะไรอย่างไม่ได้เสแสร้ง 

 

 

คำตอบออกมาแล้ว  จากท่าทางนี้

 

 

ยามะพีตั้งท่าจะถามอะไร  แต่ร่างสูงผิวสีน้ำผึ้งกลับถูกจินผลักไสออกจากห้องพักนายแบบในแทบจะทันที....แล้วปิดประตูปัง!

 

 

ห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่  จินเอามือปิดปากไว้เพราะยังพูดอะไรไม่ออก  เขาหันไปมองคาเมะ  ดวงตาที่มองมาอ่านความรู้สึกไม่ออก  แต่ท่าทางจินจะรู้แล้วว่าสิ่งที่คาเมะพูดวันนั้น...ไม่ได้ล้อเล่น 

 

 

ร่างบางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น  ขณะจินค่อย ๆ เข้ามา   มองหน้าคาเมะ  สบตานิ่ง 

ก่อนย่อตัวลงเพื่อเอาหูแนบท้องบาง ๆ นั่นเบา ๆ  

 

 

มือของคาเมะวางไว้บนกลุ่มผมนุ่มดำขลับของจินโดยไม่ตั้งใจ  

 

 

“เพิ่งสองเดือน...ยังไม่ได้ยินอะไรหรอกน่า”

 

 

แต่จินไม่ยอมถอนตัวออก  ถามเสียงเครือ ทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้น   “ลูกฉันใช่มั้ย?”

 

 

“คือ..”  

 

 

 

คาเมะเงียบไป   ไม่กล้าพูดความจริงในทันที  เขากระอักกระอ่วนนิด ๆ  พอสถานการณ์มันเป็นแบบนี้อยู่ ๆ ก็เขินเกินกว่าจะตอบ

 

 

จินลุกขึ้น  จู่ ๆ ก็จับไหล่สองข้างคาเมะไว้แล้วถามอย่างตื่นเต้น 

ดวงตาไม่มีความระแวงใด ๆ ทั้งสิ้น นอกเสียจากความดีใจผิดคาด ให้คาเมะต้องกะพริบตาปริบ  

 

 

“ลูกฉันใช่มั้ยคาเมะ?  ลูกของฉันกับนาย?”

 

 

“ใช่”    เพราะท่าทางแบบนั้นของจิน  ทำให้คาเมะต้องพยักหน้าแรง ๆ ไปด้วย  “ลูกของนายกับฉัน”

 

 

“นี่ฉันจะเป็นพ่อคนแล้ว?”    

 

 

แล้วจินก็เงียบไป  แต่ดวงตาแสดงความปีติอย่างที่สุดแบบนั้น  คาเมะคงไม่มีวันลืมได้ลง 

 

 

ร่างบางไม่สามารถพูดอะไรต่อได้  เขาลืมทุกอย่างสิ้น  รู้สึกแค่ว่าได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเอง  โชคดีที่คาเมะไม่ต้องตอบอะไรอีก  เพราะถูกดึงเข้าไปในกอดจนตัวจม 

 

 

ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นนิด  ก่อนหยีขึ้นเป็นเส้นโค้งอีกครั้งทั้งน้ำตา เพราะรอยยิ้มบนใบหน้ากำลังตีเต็มวงอย่างห้ามไม่ได้  ก่อนหน้านี้คาเมะยังเคยคิดมาตลอดว่าถึงไม่มีจินก็ไม่เป็นไร  ถึงวันนึงจินทิ้งเขาไปเพราะเจอใครที่ดีกว่าก็ไม่เป็นไร  เพราะคาเมะมองว่าต่างฝ่ายต่างเป็นแค่ทางผ่านของกันและกัน 

 

 

แต่พอจินกอดคาเมะไว้แน่น ๆ อย่างนี้  ยิ้มให้คาเมะกว้าง ๆ อย่างยินดีแบบนี้  เหมือนว่าจะไม่มีทางทิ้งไปไหน   ไม่ต้องมีคำพูดใด  ภาระที่เคยแบกไว้  เรื่องหนักอกที่เคยหนักใจ  ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร  เหมือนสูญสลายในพริบตา  เหลือเพียงเสียงหัวใจที่อยู่ ๆ ก็เต้นอย่างมีชีวิตชีวา  กับความตื้นตันบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินบรรยายได้..

 

 

จะมีความสุขเกินไปแล้วนะคาซึยะ  แย่จริง....ที่บอกตัวเองตลอดมาว่าถ้าเลิกกันก็คงไม่เสียใจขนาดนั้น  ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าเป็นการโกหกตัวเองแน่ ๆ

 

 

คาเมะคิดพร้อมโอบแขนไปเพื่อกอดจินตอบ....

 

 

มือข้างหนึ่งลูบท้องตัวเองเบา ๆ ราวจะส่งความรู้สึกนี้ไปถึงหัวใจดวงน้อย ๆ ที่อยู่ภายใน  ก่อนมืออีกข้างของจินจะวางทับลงมา  แล้วจูบเบา ๆ ประทับลงบนริมฝีปาก  คาเมะยิ้มบางก่อนเงยหน้ารับจูบนั้นอย่างเต็มใจ   ราวกับทำข้อตกลงว่าเขาทั้งสองจะเลี้ยงเด็กคนนี้...   ดูแลเลือดเนื้อเชื้อไขก้อนนี้ให้ดี

 

 

ลูกของเรา...

ที่เกิดจากรักของเรา.....

 

 

 

 

 

END

 

 

 

 

เพิ่งรู้สึกตัว...ว่าใช้คำว่ารักของเรา ในตอนจบติดกันสองเรื่องแล้ว

แต่คำนี้มันน่ารักดีนี่นา = )

 

 

 

 

 

 


Online Users