Title: Sweet Chain
Pairing: Jin x Kazuya
Author: kaname
คาเมะคิดว่าตัวเองลืมวิธีหายใจเสียแล้วตอนที่หมอแจ้งผลการตรวจร่างกายกับเขา ในเวลานั้นคาเมะได้แต่หัวเราะอย่างไม่ยอมรับความจริง หมออำเขาเล่น หมอโกหก มันจะเป็นไปได้ยังไง คาเมะเรียนหนังสือมานะ หลักสูตรที่บรรจุเอาไว้ตอนมัธยมต้นถึงจะผ่านมาสิบกว่าปีคาเมะก็ยังจำได้ดีอยู่หรอก
อันที่จริงใคร ๆ ก็ตอบได้แม้ไม่ได้เรียนหนังสือด้วยซ้ำ!
แต่คุณหมอผู้มีสีหน้านิ่งขรึมกลับเกาะกุมมือเขาอย่างปลอบใจว่า..... ไม่ใช่เขาคนแรก ที่เป็นอย่างนี้
หมอแนะนำวิธีดูแลตนเองอีกนานเป็นชั่วโมง รวมทั้งแนะนำจิตแพทย์ที่ไว้ใจได้ให้เขาเพื่อเข้ารับการปรับสภาพจิตใจเสียด้วยซ้ำตอนที่เห็นเขานิ่งเพราะพูดไม่ออก
เขาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายเต็มตัว.... กลับ....
คาเมะลูบหน้าท้องตัวเองเบา ๆ ราวจะส่งสัมผัสถึงหัวใจน้อย ๆ ที่เต้นอยู่ภายใน
สองเดือนที่ผ่านมา ในร่างกายนี้ กลับมีเลือดเนื้อ มีหัวใจประกอบอยู่อีกดวง
คาเมะใจสั่นด้วยความหวาดหวั่น ริมฝีปากแห้งผาก ราวกับภาพทั้งโลกเบลอ ๆ มัว ๆ ไปหมด คาเมะจำไม่ได้ว่าตัวเองขับรถออกมาได้อย่างไร ผ่านถนนชื่ออะไร ใช้เส้นทางไหนกลับมายังอพาร์ทเม้นท์หรูกลางใจเมืองที่คุ้นเคย
เขานั่งอยู่ในห้องเงียบ ๆ เช่นนั้นครู่หนึ่ง ก่อนเปิดโทรทัศน์เพื่อจะเปลี่ยนช่องไปเรื่อยอย่างใจลอย แล้วแช่อยู่ที่รายการหนึ่งเป็นการสัมภาษณ์ดาราชื่อดังที่เพิ่งกลายเป็นคุณแม่มือใหม่ คาเมะดูจนจบรายการและน่าแปลกที่คาเมะจำคำพูดในรายการได้ทุกคำ แต่เขาก็ยังเหม่อ ๆ เหมือนจมจ่อมลงไปในความคิดตัวเอง
เขาจะเลี้ยงเด็กคนนี้ได้จริง ๆ หรือ
ชีวิตทั้งชีวิตที่ไม่เคยจินตนาการถึงการอุ้มท้องด้วยตัวเอง คาเมะมองตัวเองว่าเป็นเพศชายมาตลอดต่อให้รสนิยมบางอย่างจะไม่เหมือนผู้ชายแท้ ๆ นักก็ตาม
พระเจ้า....
คาเมะเอามือปิดปาก
แล้วนี่เขาจะบอก 'พ่อเด็ก' ว่ายังไงดี
"ทำไมอยู่มืด ๆ ล่ะคาเมะ?"
ไฟเปิดสว่าง คาเมะสะดุ้ง จินมาตั้งแต่เมื่อไหร่? สีหน้าตกใจของคาเมะทำให้ชายหนุ่มนึกขำในทีแรก แต่ดวงหน้าซีดเซียวที่มองมาทำให้จินตกใจมากกว่า เขารีบรุดเข้ามาเอาหลังมืออังที่หน้าผาก
"ตัวก็ไม่ร้อน แต่ทำไมพักนี้นายดูซูบลงไปทุกวัน หมอว่าไงบ้าง?"
หมอบอกว่าเขาทานน้อยเกินไปในช่วงที่ร่างกายต้องการสารอาหารครบถ้วนมากที่สุดเพื่อจะส่งเลือดไปเลี้ยงเด็กในท้องเขา
ถ้าบอกไป จินจะตกใจแค่ไหนกันนะ?
"ทำงานเยอะ แต่พักผ่อนน้อยไปน่ะ เลยไม่ค่อยสบาย"
"ฉันก็ว่านายทำงานหามรุ่งหามค่ำเกินไปนะ ดูแลตัวเองด้วยสิ"
จินโอบกอดเขาจากด้านหลัง ปลายจมูกที่คลอเคลียอยู่บนต้นคอกลับไม่ทำให้เขาเคลิบเคลิ้มได้อย่างเคย คาเมะหันมาเผชิญหน้ากับจินเพียงแต่ไม่กล้าสบตา
"ฉันถามอะไรจินหน่อยได้มั้ย"
"อะไรหรือ ทำไมดูซีเรียสจัง"
จินหัวเราะขณะยกมือเขาขึ้นจูบเบา ๆ คาเมะพยายามยิ้ม แต่รู้สึกว่าตัวเองหายใจไม่ทั่วท้อง
"จินอยากมีลูกมั้ย?"
"ยังไม่อยาก"
คาเมะหายใจสะดุด "ไม่คิดสักหน่อยเหรอ"
"คิดทำไม ไม่ใช่เวลาคิดเรื่องนั้น"
จินหอมแก้มเขาเบา ๆ เป็นการเชิญชวน คาเมะพยายามปฏิเสธในครั้งแรก แต่เมื่อถูกตื๊อด้วยรสจูบอันคุ้นเคยหลายหน คาเมะก็ถูกชักจูงเสียแล้ว แต่ในวินาทีที่แผ่นหลังสัมผัสที่นอนนุ่ม คำเตือนอันแสนจริงจังของหมอก็วาบเข้ามาในความคิด อายุครรภ์อาจแค่สองเดือนจริง แต่ร่างกายนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อตั้งครรภ์โดยเฉพาะแบบผู้หญิง ทำให้การมีเซ็กซ์อาจกระเทือนไปถึงตัวเด็กได้
คาเมะไม่ค่อยเข้าใจว่าการมีเด็กอยู่ในท้อง ต้องรู้สึกยังไงต้องทำตัวยังไง
แต่….วันนี้เขารู้สึกไม่เหมือนเดิม.... ไม่เหมือนเดิม...
"จิน...วันนี้ฉันเหนื่อย" คาเมะยิ้มอ่อน "ไว้...วันหลังนะ"
"นี่ก็เกือบเดือนแล้วนะคาเมะ อยากกอดนายจะแย่" จินประท้วง
"นายจะบ้างานไปถึงไหน แบ่งเวลาให้ฉันบ้างสิ"
"ไม่ได้นะจิน!" คาเมะหลับตาเสี่ยงพูด "ฉันท้อง!"
ร่างบางค่อย ๆ เปิดตาขึ้นหวังดูปฏิกิริยาอีกฝ่าย เขาเห็นจินอึ้งไป ก่อนชายหนุ่มจะยิ้มอย่างระอา ลุกขึ้นนั่งกอดอกตัวตรง
"ไม่มีอารมณ์ไม่ว่า แต่เล่นพูดอย่างนี้ก็ตกใจหมด"
"คือ...คือ... ฉัน..." คาเมะนิ่งไปนิดอย่างคิดจะลองใจ "แล้วถ้าฉันท้องขึ้นมาจริง ๆ จินจะเอาไว้หรือให้ไปเอาออก"
"ไม่เอาน่าคาเมะ" จินพูดอย่างนึกรำคาญ "พูดอะไรเล่น ๆ อยู่ได้ นายเป็นผู้ชายนะ... หืม? นาย.. นายพูดจริงเหรอ?"
จินนิ่งไปเมื่อเห็นแววตาของคาเมะ มันบอกความเครียดจัด ความหวาดกลัว ความไม่แน่ใจในหลาย ๆ สิ่งออกมาเด่นชัด แต่สิ่งหนึ่งที่ปรากฏจากแววตานั้นคือ....คล้ายว่าคาเมะกำลังพูดความจริง
"หมอบอกว่ามีเคสอย่างนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน แต่นาน ๆ ครั้ง..."
"ให้ตายสิคาเมะ! นายไปตรวจกับหมอที่ไหนมาเนี่ย?"
"นายไม่ได้ดีใจใช่มั้ย?"
คาเมะถาม คำตอบที่ได้รับคือสีหน้าที่ไม่ได้มีความปิติยินดีของจินปนอยู่สักนิด มีแต่ความงุนงงสับสนอยู่เต็มใบหน้า เขานึกผิดหวังขึ้นมา คาเมะแค่อยากมีเพื่อนช่วยขบคิดว่าจะทำยังไงต่อไปดี ตอนนี้เขาสับสนกว่าจินเป็นล้านเท่าแน่
ทว่าคาเมะก็ได้แต่หัวเราะเบา ๆ กับตัวเองเมื่อนึกอะไรได้
ก็นั่นสิ...จินกำลังจะมีผลงาน ปล่อยให้ตัวเองมีข่าวฉาวไม่ได้เด็ดขาด ถึงจะคร่ำหวอดในวงการมานานแค่ไหน กฎข้อนี้ก็ไม่มีการยกเว้น
เขาเองก็ถือเป็นคนทำงานเบื้องหลังคนหนึ่งเหมือนกัน น่าจะรู้ ว่าหากเกิดความเสียหายขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่จินคนเดียวที่จะเสีย แต่หมายถึงทีมงาน ครอบครัว แล้วยังลามไปถึงค่ายต้นสังกัดอีกต่างหาก ไหนจะแฟนเพลงของจินอีกล่ะ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเขากับจินสักหน่อย มันเป็นเรื่องของคนกลุ่มใหญ่
เพราะจินมีชื่อเสียง
“ฉันพูดเล่นหรอกน่ะ เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว”
คาเมะโกรธตัวเองเสียเฉย ๆ เคยบอกให้ห้ามใจแล้วไม่ใช่หรือ?
จะให้จินใจดีด้วย อ่อนโยนด้วยแค่ไหน ก็ไม่ใช่ว่าทุกอย่างของจินเป็นของเขาสักหน่อย
“ลืมไปแล้วกันว่าฉันพูดอะไร”
คู่รักกันหรือก็ไม่ใช่ ก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราวที่ไม่นานก็คงถึงคราวแยกทาง เห็นแก่ตัวจริงคาเมะ เพื่อต้องการคนมาแบ่งเบาภาระเรื่องเด็กคนนี้ ถึงกับจะทำลายจินเชียวหรือ
"ฉัน...จะกลับบ้าน"
"เอ๋ เดี๋ยวสิคาเมะ... "
จินคว้าแขนเขาเอาไว้ ดวงตาบนใบหน้าหล่อคมเบิกกว้าง คาเมะรู้ว่าทำไมจินประหลาดใจ ถ้าไม่ทะเลาะกันคาเมะไม่เคยร้องจะกลับบ้านกลางดึกอย่างนี้สักครั้ง
แต่....วันนี้คาเมะทนอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วจริง ๆ
"ไม่เป็นไร ฉัน...ขับรถกลับเองได้"
...........................................................................................................................
................................................................................................................................................
นัยน์ตาคมกริบ แฝงความมึน ๆ รั่ว ๆ ไว้ในตัวได้อย่างแนบเนียน สิ่งที่เห็นขณะทำงานร่วมกันครั้งแรกทำให้คาเมะอมยิ้มไม่หยุด และน่าแปลกที่ยิ่งคาเมะอมยิ้มขณะมองอีกฝ่ายผ่านช่องเลนส์ เจ้าตัวยิ่งดูทำอะไรไม่ถูก ดูเขิน ๆ อาย ๆ ไม่เหมือนไอดอลชื่อดังสักนิด ท่าทางไม่เป็นพิษเป็นภัยแบบนั้นทำให้คาเมะไม่คิดระวังตัวเมื่อจินเข้ามาคุยด้วย เอาตัวเข้ามาใกล้ชิด และสุดท้ายคาเมะก็กลายเป็นของจินทั้งตัวและหัวใจโดยไม่รู้ตัว
การเป็นตากล้องมืออาชีพในวงการบันเทิง กว่าจะไต่มาถึงจุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย กับไอดอลคนดังที่ชื่อเสียงไม่เคยตก มีผลงานสม่ำเสมอยืนยันแทนคำพูดได้ว่าได้รับความนิยมจากฝูงชนมากมายแค่ไหนตลอดเกือบสิบปีที่ผ่านมา คำว่า 'คบกัน' จึงไม่เคยถูกนำออกมาใช้ แค่ได้เห็นหน้าก็พอใจ อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข
คาเมะเกือบทำให้ที่พักพิงทางใจของตัวเองต้องเดือดร้อนเสียแล้ว
ตัดสินใจแบบนี้คงถูกแล้ว ตัดปัญหาความยุ่งยากทั้งหมด ไม่ได้สำคัญว่าเขาเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่สำคัญว่าอีกฝ่ายเป็นจิน หากยังอยากรักษาชื่อเสียงของจินและรักษาอาชีพของเขาไว้ได้ในขณะเดียวกัน มันก็ต้องทำแบบนี้ล่ะ
แต่คาเมะกลับมือเย็นเฉียบ สมาธิไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยังดีอาศัยความชำนาญจึงยังไม่กระเทือนงาน ยิ่งเมื่อถึงตอนพักกอง เขากำลังเช็คเลนส์ เห็นแล้วว่าจินกำลังมองมา เขากลั้นใจก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาจิน แล้วเดินนำเข้าไปในห้องพักนายแบบที่ไม่มีคนอยู่
คาเมะใจเต้นไม่เป็นส่ำ น้อยครั้งเหลือเกินที่คาเมะจะโกหกเรื่องใหญ่ ๆ ได้สำเร็จ แค่คิด เขาก็หายใจลำบากเข้าทุกที
“คาเมะ!”
คาเมะแกล้งหันหน้าไปมอง เขาทำหน้านิ่ง นิ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อว่าตัวเองจะทำได้ จินเดินเข้ามา ดูอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน ร่างบางลอบยิ้มอ่อน จินก็ยังเป็นจิน.... ใครจะไปเชื่อว่าเป็นคนเดียวกับคนที่ดูมั่นใจเหลือเกินเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟน ๆ คนนั้น
"เมื่อวานนี้...ฉันขอโทษนะ"
"สำหรับเรื่องอะไร?"
คาเมะถามเสียงเฉย จินยิ่งคิดว่าคาเมะกำลังโกรธ เพราะตั้งแต่เช้า นอกจากตอนทำงานคาเมะไม่ยอมมองหน้าจินเลยทั้งที่วันนี้ได้อยู่กองเดียวกัน เขารีบกล่าวต่อ
"คำถามเมื่อวาน นายคงถามลองใจฉัน แต่ฉัน... กลับทำให้นายมั่นใจไม่ได้เลย"
"อือ ไม่หรอก ก็แค่ถามไปงั้นเอง"
"ฉันจะเอาเด็กไว้"
คาเมะชะงัก ดวงตาฉายความวูบไหว เบนสายตามามองจิน
แวบหนึ่ง เขาคิดจะเปลี่ยนใจ....
"คาเมะ ต่อให้นายมีลูกขึ้นมาได้จริง ๆ ฉันก็จะเลี้ยงเด็กคนนั้นไว้ ไม่ยกให้ใครเด็ดขาด"
"หืม จินเนี่ยเป็นคนดีจังนะ แต่ถ้าฉันท้องขึ้นมาจริงคงยุ่ง"
คาเมะหลุบตาลง หัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะที่ปั้นแต่งขึ้นมาขนาดตัวเองฟังแล้วยังขนลุกพิลึก
"เพราะฉันก็คงไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กกันแน่"
จินอึ้งไป ลืมประโยคที่จะพูดต่อจนหมด เขาขมวดคิ้ว
"อะไรนะ?"
คาเมะทำหูทวนลมแล้วเดินหนี แต่จินเดินมาดักหน้าไว้
"เมื่อกี้นายพูดอะไรคาเมะ หมายความว่ายังไง?"
"จินไม่ได้อยู่กับฉันตลอดนี่นา ฉันทำงานก็เครียดก็เหงาเป็นเหมือนกัน"
ร่างบางชะงักไปนิด “อ๊ะ? อย่าว่ากันเลยนะ เพราะถ้านายจะไปหาคนอื่นบ้างก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ถือ”
เห็นหน้านิ่ง ๆ ของคาเมะ จินก็พยายามผ่อนลมหายใจลง คาเมะก็อาจจะแค่ลองใจอีกรอบ
"นายล้อเล่นใช่ไหม?"
คาเมะไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
กระทั่งจินรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่คอเต็มไปหมด
"ใคร!"
ดวงตาวาวโรจน์ตะคอกลั่น เขาทุบผนังห้องจนเสียงดังตึงก้องไปทั่ว คาเมะสะดุ้งเฮือก ก่อนทุกอย่างจะตกอยู่ในความเงียบ จินมองตาคาเมะก่อนกดเสียงซ้ำ
"มันเป็นใคร!!"
คาเมะพูดอะไรต่อไม่ออก ได้แต่รอ... รอฟังคำต่อว่ากล่าวขาน รอรองรับอารมณ์ร้ายของจินที่น่าจะตามมาในไม่ช้า
“บอกสิว่านายโกหก...!”
คำตัดพ้อสั้น ๆ ก่อนหายลงไปในลำคอ แต่ดวงตากลับฉายรอยรวดร้าวบางอย่างมากขึ้นทุกที คาเมะอยากให้มันง่ายกว่านี้ อยากให้มันผ่านไปเร็ว ๆ อยากให้จินคิดว่าในเมื่อคาเมะนอกใจจินเสียแล้ว ก็รีบ ๆ ทิ้งคาเมะไปเถอะ
อย่างจินน่ะ...จะหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้
ร่างบางเดินหนี เพื่อซ่อนสีหน้าคล้ายจะร้องไห้ของตัวเอง แต่ถูกจินดึงแขนเอาไว้ เขาพยายามปิดหูไม่ฟังอะไรแม้แต่ตอนที่จินเข้ามาเขย่าตัว เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำแม้เมื่อเหล่าสตาฟจะเปิดประตูมาเพราะเสียงเอะอะดังไปถึงด้านนอก ทั้งหมดที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาแยกทั้งสองออกอย่างตกอกตกใจโดยไม่รู้เหตุผลว่าทั้งสองทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร
.....................................................................................
.........................................................................................
ร่างบางนั่งอยู่หน้าจานข้าวที่พร่องไปยังไม่ถึงครึ่งด้วยอยากจะหยุดตักใส่ปากเสียที แต่มือข้างถนัดก็วางช้อนไม่ลงเมื่อนึกขึ้นได้ทุกทีว่าต้องรับสารอาหารเผื่อสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ เข้าไปด้วย เขาทำหน้าพะอืดพะอมแล้วสุดท้ายก็ต้องเลิกกินก่อนจะได้แหวะเอาของเก่าออกมาด้วย คาเมะไม่ชอบกินข้าวมาแต่ไหนแต่ไร ให้พยายามมากเกินไปคงไม่ไหวหรอกกระมัง
ทันใดนั้น หางตาก็ปรายไปเห็นร่าง ๆ หนึ่ง คาเมะอยากจะถอนหายใจแรง ๆ ยิ่งเป้าหมายจ้องเขาเขม็งแถมพุ่งตรงมาทางนี้ คาเมะก็แทบไม่ต้องเดาว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาหาด้วยเรื่องอะไร
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อจัดไม่แพ้เพื่อนสนิทกำลังเดินตรงมาพร้อมนิตยสารซุบซิบชื่อดังในมือ แปลกตาดีเหมือนกัน ก็ปกติยามะพีเกลียดหนังสือพวกนี้ยิ่งกว่าอะไร อย่างน้อยเขาไม่เคยเห็นยามะถือหนังสือกอสสิปเดินไปเดินมาในกองถ่ายแบบนี้ก็แล้วกัน
"ฉันไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะ แต่นี่เรื่องอะไรของนาย"
พาดหัวข่าวตัวโตเรื่องดาราไอดอลชื่อดังมีปากเสียงกับตากล้องไม่ระบุชื่อจนตกใจกันไปทั้งกองตบเปรี้ยงลงบนโต๊ะ ถึงจะไม่บอกว่าเป็นใคร แต่ตัวย่อทั้งชื่อสกุลชื่อค่ายขนาดนี้ ไม่รู้ก็แย่แล้ว คาเมะเงยหน้ามอง ส่วนสตาฟแถวนั้นพากันเงียบกริบราวจะรอฟัง แต่ครั้นยามะพีส่งสายตาอำมหิตให้โดยรอบ เหล่าสตาฟก็ต้องลุกพรึ่บพรั่บ พากันย้ายไปนั่งที่อื่นอย่างช่วยไม่ได้
"ก็..."
คาเมะถอนหายใจ พลางจิ้มมะเขือเทศสีแดงสดของเพื่อนสตาฟ ที่หั่นเคียงจานไว้ทานกลางวันอย่างเป็นระเบียบเข้าปากเพื่อยื้อเวลา
"ก็ตามที่เห็นนั่นแหละ.."
เมื่อมีชิ้นแรกก็มีชิ้นถัดไป
"ไม่ได้มีรายละเอียดมากกว่านั้น"
คาเมะพูดยังหยิบมะเขือเทศเข้าปากไม่หยุด จนพร่องไปเกือบครึ่งถาดไม่รู้ตัว พอรู้ตัวก็ชะงัก ดวงหน้าสวยออกอาการตกใจ ปกติเขากินมะเขือเทศเสียที่ไหน หรือนี่จะเป็น...อาการแพ้ท้อง?
คาเมะทำหน้าเหมือนอยากตายขณะเงยหน้ามองยามะพี สีหน้าไม่รู้ร้อนเช่นนั้นทำให้ยามะพียิ่งโมโหขึ้นไปอีก ชายหนุ่มหรี่ตาลง ขู่คุกคามอย่างเอาจริง
"ฉันไม่เคยยื่นมือเข้าไปยุ่งกับนายสองคนก็จริง" เสียงกดต่ำ กระซิบ "แต่ถ้านายทำให้หน้าที่การงานจินต้องกระเทือนล่ะก็... อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"
“งั้นเหรอ จะทำอะไรก็อย่าให้พลาดแล้วกัน อย่าลืมว่าดาราอย่างพวกนาย อยู่ได้เพราะชื่อเสียง”
คาเมะบอกกลับเรียบ ๆ เพราะทั้งคู่ต่างรู้ดี ว่ากว่าจะฝ่าฟันมาสู่หน้าที่การงานที่จุดนี้ได้ต้องผ่านมือเสือสิงห์กระทิงแรดมาแค่ไหน แล้วคาเมะก็รู้ว่าตัวเองพูดถูก ทุกย่างก้าวของคนที่อยู่ใต้แสงไฟ ตกอยู่ในความสนใจของคนในประเทศอย่างยามะพี.... ก็เหมือนกับจินนั่นแหละ คิดจะใช้วิธีสกปรกอะไรเล่นงานเขาหรือ? ก็ลองดูสิ
คาเมะไม่ได้สังเกตสักนิดว่าตัวเองเริ่มมีนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นแปลก ๆ ราวกับฮอร์โมนในร่างกายกำลังแปรปรวน
แล้วอยู่ ๆ อะไรบางอย่างก็พุ่งขึ้นรวดเร็ว มาบนคอ คาเมะเอามือปิดปาก
ร่างบางทำหน้าพิกล
อุ๊บ...
“นายนี่มัน..... ฮะ...เฮ้ย”
……………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………..
“ขอโทษ”
คาเมะทำคอตกขออภัยแก่คู่กรณีแต่โดยดี เพราะหลักฐานชี้ความผิดมาที่ตัวเองเต็ม ๆ ยามะพีเพียงแต่ส่งสายตาดุ ๆ ขณะรอเสื้อตัวใหม่ที่ฝ่ายคอสตูมกำลังไปเอามาให้ สีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเปลี่ยนจากเมื่อครู่หลังมือเป็นหน้ามือทำให้คนมองหลากใจอยู่บ้าง หมอนี่คงรู้สึกผิดเป็นกับเขาเหมือนกัน
“สกปรก” ยามะพีบ่นอีกรอบ “ดีนะที่คิวถ่ายฉันหมดแล้ว”
“ขอโทษนะ”
“พูดเป็นอยู่คำเดียวรึไง?”
ยามะเริ่มขึ้นเสียง แต่แทนที่คาเมะจะเถียงกลับอย่างที่คิด เจ้าตัวกลับก้มหน้างุดแทนคำแก้ตัว จะว่าไป ดวงหน้าสวยที่เคยมีสีเลือดฝาดแต่งแต้มพวงแก้ม ดูซีด ๆ ลงไปพิกล
“ก็น้ำหอมนายมันเหม็น....ได้กลิ่นแล้วเวียนหัว เมื่อกี้ฉันเลยคลื่นไส้”
“พูดบ้า ๆ?!”
ยามะพีทำตาโต ก้มลงดมกลิ่นกายตัวเอง ขณะคาเมะมองซ้ายมองขวาหามะเขือเทศอีกครั้งเพราะปากเริ่มอยาก แต่พอเห็นว่าไม่มีเหลือแล้วเจ้าตัวก็ยิ่งหูตกหางตกด้วยความเสียดาย ร่างสูงขมวดคิ้วมองกริยาของคาเมะอยู่ตลอด ก่อนถามอย่างเสียดสี
“แล้วนี่นายจะทำงานเยอะ ๆ ไปทำไม? อยากได้เงินขอจินก็ได้นี่?”
คาเมะหันขวับขมวดคิ้วมุ่น “ฉันไม่ใช่แมงดาบนหลังใคร”
คนฟังเลิกคิ้ว ยามะพีไม่ค่อยชอบคาเมะมาแต่ไหนแต่ไร เพราะเจ้าตัวดูเฉย...ระวังตัว จนดูไม่ออกว่าเป็นความเจียมเนื้อเจียมตัว หรือว่าไม่ได้คิดอะไรกับจินนอกจากเห็นว่าเป็นถังเงินถุงทองกันแน่ เพราะยามะพีเห็นแค่ว่าที่ผ่านมาจินพยายามเอาอกเอาใจคาเมะแค่ไหน แต่ไม่ได้รู้...ว่าคาเมะต้องแสดงออกให้น้อยที่สุด ก็เพื่อไม่ให้จินตกเป็นที่สนใจของเหยี่ยวข่าวในวงการบันเทิง
“แต่ดูเพื่อนฉันจะอยากให้นายเกาะมากเลยนะ อันที่จริง...”
“ฉันกับจิน เราเลิกกันแล้ว”
คาเมะพูดตัดบท ขณะวางกล้องไว้ในตำแหน่งวางแล้วเดินออกไปข้างนอกหมายจะหามะเขือเทศกิน แต่ถูกยามะพีกระชากแขนเอาไว้เสียก่อน
“อะไรนะ? เมื่อไหร่?!”
คาเมะถอนหายใจแรง หมอนี่จะอะไรนักหนา เห็นว่าอยากให้เขาเลิกกับจินนักหนาด้วยว่าเขาเป็นผู้ชายบ้างล่ะ ออกสื่อเพื่อโปรโมตอย่างคนอื่นไม่ได้บ้างล่ะ ไม่ได้รักจินจริงแค่หวังเกาะกินบ้างล่ะ พอเลิกกันจริงแล้วทำไมไม่ดีใจ?
ร่างบางบิดแขนออก แต่ยามะกลับก้าวเท้าย่างเข้ามาชิด สัญชาตญาณปกป้องเด็กในท้อง ทำให้คาเมะต้องก้าวถอยอย่างหวาดระแวงทั้งที่ปกติเขาไม่เคยกลัวการประจันหน้ากับยามะพีสักครั้ง ร่างสูงหรี่ตา คล้ายจะโกรธ...
"ฉันเตือนแล้วไม่ใช่หรือ ว่าอย่าได้ทำให้เพื่อนฉันต้องเสียใจ"
คาเมะเงยหน้าขึ้นมองยามะพี แอบคบกันก็ว่า เลิกกันก็ว่า จะเอายังไงแน่!
เขาไม่อยากให้ยามะพีขุดคุ้ยเรื่องของเขากับจินตอนนี้ เขายังทำใจไม่ได้.... ยิ่งช่วงที่อารมณ์พลุ่งพล่านง่าย ๆ แบบนี้ เขากลัวว่าจะคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้วทำอะไรไม่ดีลงไป...
ตุบ....
ของในมือร่วงลงพื้น จินเปิดประตูค้าง ยืนอยู่หน้าประตู ทำให้คนทั้งสองที่กำลังยืนเถียงกันอยู่ในห้องหันขวับมามอง ในภาพชวนให้ลมหึงตีกลับ เมื่อยามะพีกอดอกเปลือยท่อนบน ยื่นหน้าเข้าไปหาร่างเล็กกว่าผิวขาวจัดในระยะใกล้...ใกล้จนน่าจับไปกระชากออกมานัก
แล้วจินก็ทำอย่างที่คิด…. อาจจะไวกว่าความคิดเสียด้วย
“เรามีเรื่องต้องคุยกัน” จินกดเสียงต่ำ
“แต่ฉันไม่มี”
ดวงหน้าอ่อนใสกล่าวราวกับไม่แคร์ สะบัดมือจากจิน ก่อนเขยิบกลับไปหายามะพีเพื่อใช้เป็นที่กำบังจินโดยไม่ตั้งใจ ภาพนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกหลากหลายในสายตาคนมอง
“ฉันไม่รู้ว่านายโกรธอะไร แต่อย่าประชดฉันอย่างนี้นะ!”
"จิน นี่ที่ทำงาน มีอะไรไปคุยกันที่อื่น" บุคคลที่สามออกปากเตือน
“นายไม่เกี่ยว! หุบปาก!”
ยามะพีคล้ายจะเหวอไป แต่คาเมะก็ยังยืนหน้ามุ่นอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมแม้แต่จะให้จินลากออกไปหาที่คุยกันที่อื่น สตาฟข้างนอกไม่กล้าเข้ามายุ่งช่วงเวลาส่วนตัวนี้แน่ เพราะจินกับยามะพีเป็นเพื่อนสนิทกัน ไปมาหาสู่กันบ่อยแม้แต่เยี่ยมกองเพียงเพื่อเอาข้าวเอาน้ำมาส่ง
นี่แหละช่วงเวลา ‘คุยกัน’ ที่เหมาะที่สุดแล้ว ให้หลังจากนี้ คาเมะจะยอมไปกับเขาดี ๆ หรือไงล่ะ?
“จิน....” คาเมะเอ่ยขึ้นมาก่อน “ฉันว่า...เมื่อเช้าฉันเขียนเนื้อความครบนะ?”
“ส่งข้อความมาบอกเลิกทางโทรศัพท์เนี่ยนะ? นายน่าจะทำได้ดีกว่านั้นนะคาเมะ!”
จินโมโหขึ้นมาเมื่อเห็นคาเมะปรายตาไปทางยามะพีบ่อย ๆ ราวจะขอความช่วยเหลือ หัวใจที่กำลังหวาดระแวงว่าอะไร? ใคร? ทำให้คาเมะเปลี่ยนไป ทำให้จินแทบจะเป็นหมาบ้า
ในที่สุดนักร้องหนุ่มจึงหาเรื่องกับเพื่อนตัวเอง
“หรือว่า.....มีใครอยากเป็นพ่อเด็กในท้องนายอีกคน?!”
คำพูดประชดประชันในเชิงเปรียบเทียบทว่าไม่รู้ความจริงของจิน กลับทำเอายามะพีสะดุ้งไป ก่อนจ้องคาเมะเขม็งอย่างครุ่นคิด แล้วทำหน้าคล้ายนึกอะไร ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นอาการตกตะลึง
คาเมะไม่รู้ว่ายามะพีกำลังคิดอะไร ได้แต่ขอร้องทางสายตาว่าอย่าพูดอะไรออกมา
“เอ่อ จิน.. นายเคยบอกว่า....คาเมะเกลียดมะเขือเทศ?”
“อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง ถอยไป! ฉันมีเรื่องคุยกับแฟนฉัน คนนอกไม่เกี่ยว!”
คำประกาศเสียงดังลืมตัวอย่างไม่กลัวใครได้ยินทำให้คาเมะเบิกตาโต เผลอตัวจิกแขนยามะพีไว้แน่น
“แต่เมื่อกี้....หมอนี่กินมะเขือเทศไปคนเดียวทั้งถาดเลยล่ะ”
ยามะพีทำหน้าเหลือเชื่อสุด ๆ เขาไม่รู้ว่าจินแค่พูดเรื่องเด็กขึ้นมาเพราะเป็นหัวข้อที่เถียงค้างคากันมาตั้งแต่เมื่อวานเท่านั้น
“แล้วเมื่อกี้ก็ยังคลื่นไส้อาเจียน... พระเจ้า นี่นายท้องจริง ๆ เหรอ? ฉันคิดว่าเป็นข่าวลือมาตลอด....ผู้ชายท้องได้จริง ๆ เหรอ?”
คำถามแบบอยากได้คำตอบจริง ๆ ของยามะพีก่อความเงียบไปทั้งห้อง ผู้ชายสองคนมองหน้ากันอย่างคิดว่าต่างฝ่ายจะมีคำตอบให้คำถามตัวเอง คาเมะหน้าซีดลงไปอีกในขณะที่จินเป็นฝ่ายทำหน้ามึนไปครู่ใหญ่
“คาเมะ หรือว่า..?”
เขามองคาเมะอย่างคาดคั้น... ถ้าคาเมะมีอาการอย่างที่ยามะพีพูดจริง มันก็แปลกแล้ว...แปลกมาก ๆ
ยามะพีไวกว่า ร่างสูงก้าวยาวเพื่อจะเลิกเสื้อคาเมะดูว่ามันจะมีความเปลี่ยนแปลงอะไรให้สังเกตเห็นได้หรือไม่ แต่ไม่ทันถึงตัวคาเมะก็รีบถอยหนีไปอย่างหวงเนื้อหวงตัว มือกุมท้องไว้ ดวงหน้าฉายความตื่นตระหนกราวกับกลัวใครจะมาทำอะไรอย่างไม่ได้เสแสร้ง
คำตอบออกมาแล้ว จากท่าทางนี้
ยามะพีตั้งท่าจะถามอะไร แต่ร่างสูงผิวสีน้ำผึ้งกลับถูกจินผลักไสออกจากห้องพักนายแบบในแทบจะทันที....แล้วปิดประตูปัง!
ห้องตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ จินเอามือปิดปากไว้เพราะยังพูดอะไรไม่ออก เขาหันไปมองคาเมะ ดวงตาที่มองมาอ่านความรู้สึกไม่ออก แต่ท่าทางจินจะรู้แล้วว่าสิ่งที่คาเมะพูดวันนั้น...ไม่ได้ล้อเล่น
ร่างบางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ขณะจินค่อย ๆ เข้ามา มองหน้าคาเมะ สบตานิ่ง
ก่อนย่อตัวลงเพื่อเอาหูแนบท้องบาง ๆ นั่นเบา ๆ
มือของคาเมะวางไว้บนกลุ่มผมนุ่มดำขลับของจินโดยไม่ตั้งใจ
“เพิ่งสองเดือน...ยังไม่ได้ยินอะไรหรอกน่า”
แต่จินไม่ยอมถอนตัวออก ถามเสียงเครือ ทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้น “ลูกฉันใช่มั้ย?”
“คือ..”
คาเมะเงียบไป ไม่กล้าพูดความจริงในทันที เขากระอักกระอ่วนนิด ๆ พอสถานการณ์มันเป็นแบบนี้อยู่ ๆ ก็เขินเกินกว่าจะตอบ
จินลุกขึ้น จู่ ๆ ก็จับไหล่สองข้างคาเมะไว้แล้วถามอย่างตื่นเต้น
ดวงตาไม่มีความระแวงใด ๆ ทั้งสิ้น นอกเสียจากความดีใจผิดคาด ให้คาเมะต้องกะพริบตาปริบ
“ลูกฉันใช่มั้ยคาเมะ? ลูกของฉันกับนาย?”
“ใช่” เพราะท่าทางแบบนั้นของจิน ทำให้คาเมะต้องพยักหน้าแรง ๆ ไปด้วย “ลูกของนายกับฉัน”
“นี่ฉันจะเป็นพ่อคนแล้ว?”
แล้วจินก็เงียบไป แต่ดวงตาแสดงความปีติอย่างที่สุดแบบนั้น คาเมะคงไม่มีวันลืมได้ลง
ร่างบางไม่สามารถพูดอะไรต่อได้ เขาลืมทุกอย่างสิ้น รู้สึกแค่ว่าได้ยินเสียงสะอื้นของตัวเอง โชคดีที่คาเมะไม่ต้องตอบอะไรอีก เพราะถูกดึงเข้าไปในกอดจนตัวจม
ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นนิด ก่อนหยีขึ้นเป็นเส้นโค้งอีกครั้งทั้งน้ำตา เพราะรอยยิ้มบนใบหน้ากำลังตีเต็มวงอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนหน้านี้คาเมะยังเคยคิดมาตลอดว่าถึงไม่มีจินก็ไม่เป็นไร ถึงวันนึงจินทิ้งเขาไปเพราะเจอใครที่ดีกว่าก็ไม่เป็นไร เพราะคาเมะมองว่าต่างฝ่ายต่างเป็นแค่ทางผ่านของกันและกัน
แต่พอจินกอดคาเมะไว้แน่น ๆ อย่างนี้ ยิ้มให้คาเมะกว้าง ๆ อย่างยินดีแบบนี้ เหมือนว่าจะไม่มีทางทิ้งไปไหน ไม่ต้องมีคำพูดใด ภาระที่เคยแบกไว้ เรื่องหนักอกที่เคยหนักใจ ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร เหมือนสูญสลายในพริบตา เหลือเพียงเสียงหัวใจที่อยู่ ๆ ก็เต้นอย่างมีชีวิตชีวา กับความตื้นตันบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินบรรยายได้..
จะมีความสุขเกินไปแล้วนะคาซึยะ แย่จริง....ที่บอกตัวเองตลอดมาว่าถ้าเลิกกันก็คงไม่เสียใจขนาดนั้น ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วว่าเป็นการโกหกตัวเองแน่ ๆ
คาเมะคิดพร้อมโอบแขนไปเพื่อกอดจินตอบ....
มือข้างหนึ่งลูบท้องตัวเองเบา ๆ ราวจะส่งความรู้สึกนี้ไปถึงหัวใจดวงน้อย ๆ ที่อยู่ภายใน ก่อนมืออีกข้างของจินจะวางทับลงมา แล้วจูบเบา ๆ ประทับลงบนริมฝีปาก คาเมะยิ้มบางก่อนเงยหน้ารับจูบนั้นอย่างเต็มใจ ราวกับทำข้อตกลงว่าเขาทั้งสองจะเลี้ยงเด็กคนนี้... ดูแลเลือดเนื้อเชื้อไขก้อนนี้ให้ดี
ลูกของเรา...
ที่เกิดจากรักของเรา.....
END
เพิ่งรู้สึกตัว...ว่าใช้คำว่ารักของเรา ในตอนจบติดกันสองเรื่องแล้ว
แต่คำนี้มันน่ารักดีนี่นา = )