PASSION CH.3
posted on 05 Jul 2008 21:58 by ficblog in long-ficทันทีที่เข้ามา เขาก็รู้....ที่นี่ ต่างจากที่ที่เขาเจอมาราวฟ้ากับเหว
ผู้ชายคนหนึ่งผายมือนำทางให้ เขาก้าวตามไปเรื่อย ทั้งน่าตกใจ ทั้งน่าขบขัน เขาอยู่ที่โฮสต์คลับ! อะไรดลใจให้เขาเอาโบนัสที่ได้มาฉีกทิ้งที่นี่ แทนการเอาเงินจำนวนนี้ไปกินเที่ยวดื่มกับเพื่อนฝูงให้เปรมในวันหยุด คงเพราะเขาเบื่อชีวิตเต็มที ตื่นเช้ารีบไปออฟฟิศ รองรับอารมณ์เจ้านายขี้โมโหกับลูกค้าเอาแต่ใจ แล้วได้กลับบ้านหลังพระจันทร์พ้นยอดตึก เขาทำงานจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเองแล้ว ความจริงเขาเพิ่งรู้ตัวก็ตอนถูกแฟนบอกเลิกเมื่อสัปดาห์ก่อน ยังไม่ทันหายช็อกก็ต้องกลับมาสู้งานกับหน้าที่เดิม ๆ พยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความเครียดขึงสะสมจนรู้สึกเหมือนตัวเองจะเป็นบ้า
เรื่องธรรมดา ใคร ๆ ก็เป็น นั่นคือสิ่งที่ทุกคนบอกเขา แล้วเขาจะบอกว่าเหนื่อยเกินไปได้อย่างไร ในเมื่อคนอื่นยังทำได้ แถมเขายังเป็นผู้ชาย เขาเคยใช้เหตุผลนี้ปลอบตัวเองยามท้อกาย เพื่อจะค้นพบว่าเขาไม่สามารถหนีความจริงได้เลยว่าบางครั้ง เขาอยากเอาหัวโหม่งโลกให้หมดทุกข์หมดโศกไปเสีย
หรือเขาควรหันหลังกลับ ไปซุกที่นอนอุ่น ๆ ที่บ้าน ใช้เวลาสี่ชั่วโมง หลับเป็นตายให้คุ้มค่าที่สุด แล้วค่อยตื่นมารบกับชีวิตห่อเหี่ยวในวันต่อไป
แสงสลัวอบอุ่นดึงเขาให้เดินตามชายนำทางคนนั้นเข้าไปอีก เขาสูดกลิ่นหอมโล่งจมูกเข้าไปเต็มปอด ปมเขม็งในสมองของเขาคลายลงบ้างแล้ว
ช่างมัน.....เรื่องอะไรก็ช่างหัวมัน
เวลานี้ เขาจะไม่สนใจอะไรอีก เขาจะทิ้งทุกอย่างไว้หน้าประตู
เขารู้ตัวอีกทีเมื่อยืนอยู่ตรงหน้าชายคนหนึ่งในชุดสูทสะอาด แลดูเป็นกันเอง รอยยิ้มอ่อนโยน เสียงนุ่ม ฟังหวานหู...ใบหน้าเรียว ริมฝีปากเป็นกระจับบาง ดวงตาคู่สวยมองเขาอย่างทอดไมตรี.....
หัวใจเขาเต้นแรง........ ในวินาทีนี้ เขาเหมือนจะลืมทุกอย่างไปจริง ๆ
“สวัสดีครับ คาเมนาชิ คาซึยะ ครับ.........”
ศีรษะที่เคยตั้งตรงหล่นจากมือที่เท้าคางไว้พร้อมกับห้วงสติถูกฉุดสู่ความจริง ยามะพีนิ่งไปชั่วครู่ ทุกอย่างในความทรงจำแจ่มชัดราวกับภาพฉายซ้ำ หรือเพราะธรรมดา คนเราไม่อาจลืมฉากสำคัญในชีวิตตน สิ่งใดที่เขาย้ำว่าจะไม่ลืม เขาก็จะไม่มีวันลืม
โทรทัศน์ฉายรายการที่เขาไม่สนใจดูจนเผลอหลับไป พอกดปิด ภาพเคลื่อนไหวนั้นก็ดับวูบลง สรรพเสียงต่าง ๆ ในห้องเงียบสนิท ในความมืดนั้น เขาได้ยินเสียงลมหายใจตนเอง
ตึกสูงที่เขาอาศัย พื้นที่ส่วนตัวที่หวงห้ามไม่เคยให้ใครได้ย่างกราย ขณะนี้อ้างว้างอย่างไม่เคยคิดว่าจะเป็น คงเพราะสัมผัสซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับและห่างหายไปจนเขาจำไม่ได้ กลับเข้ามาในสำนึกอีกครั้ง
ยามะพีเอนตัวลงบนที่นอน เตียงนุ่มไหวยวบไปตามน้ำหนักตัว สัมผัสอุ่นสบายกว่าเตียงแข็ง ๆ ที่เขาเคยนอนหลายปีก่อนนัก รายได้เป็นกอบกำยกความเป็นอยู่เขาขึ้นมาอีกหลายขั้น
แต่ไม่เคยมีอะไรที่ได้มา โดยไม่ต้องเสียอะไรไป...
ยามะพีหลับตาลง ลูบไล้ไปยังที่ว่างด้านข้าง ครั้งหนึ่งในอ้อมแขน เคยมีร่างบางนอนหลับตาพริ้ม ยิ้มหวานรับอรุณแก่เขาเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ชีวิตอึมครึมเปลี่ยนเป็นสดใสมีชีวิตชีวา
แต่นั่นก็นานมาแล้ว.........
นานเหลือเกิน....
......................................................................................................................
.............................................................................................................................
คาเมะเดินเข้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง ร้านประจำที่เขามักมาหา 'เหยื่อ' ในยามที่เขาเปลี่ยวใจ และอยากทำอะไรตามใจตน
ท่วงท่าการก้าวเดินดึงดูดจนหลายคนมองด้วยความกระหายอยากไม่ว่าหญิงหรือชาย คาเมะนั่งลง........และในชั่วอึดใจ สาวน้อยร่างอวบอัดในชุดที่ควรถอดมากกว่าใส่ให้รำคาญตาก็เดินเข้ามาหา หลายคนลอบเสียดายที่ช้าเกินไป ผู้ชายคนนี้ ใครจะไม่รู้จัก.......วันนี้มาคนเดียวเสียด้วย ทางอุตส่าห์ปลอด โดนตัดหน้าไปเสียฉิบ
หลายคนอยากได้เขาเป็น..เหยื่อ แต่หลายครั้ง ที่คนเหล่านั้นตกเป็น...เหยื่อ ของเขาเสียเอง
รวดเร็วและไม่ต้องมากความ ไม่ว่าอีกฝ่ายปรารถนาอะไร ในเมื่อความต้องการตรงกัน...........ย่อมไปด้วยกันได้ไม่ใช่หรือ
ร่างของหล่อนสะดุ้งสุดตัวหลังจากเขาโถมกายรุนแรง เสียงหอบหายใจดังระงมห้องน้ำแคบ ๆ.......อยากออกไปหาที่ดีกว่านี้ แต่หล่อนเองที่เป็นคนบอกเอง...เสียเวลา
หล่อนชม้อยตาอย่างที่คิดว่ายั่วยวนที่สุด ปลายนิ้วจิกหัวไหล่เขา ลากเล็บยาวสีสวยลงมาตามแผ่นอกช้า ๆ เสียงครางอือไม่หยุด
คาเมะผ่อนลมหายใจ......แต่มองเฉย
เขาลิ้มชิมรสชาตินี้มามากพอแล้ว กลายเป็นเรื่องที่ทำไปเพื่อปลดปล่อยความรู้สึกชาชิน ไม่ใช่ทำไปเพื่อเติมเต็มความต้องการ
พอนึกเบื่อ เลยหยุดเอาดื้อ ๆ
หล่อนมองค้อน และเริ่มกระสับกระส่าย พยายามขยับ แต่ไม่ได้ดั่งใจ
ริมฝีปากสีสดจากการปรุงแต่งร้องอุทธรณ์ ตัดพ้อ....
เขาค่อย ๆ ยิ้ม.....แต่ดวงตาในความมืดไม่ได้ยิ้มด้วย กระนั้นหล่อนก็ตีแขนเขาเบา ๆ คิดว่าเขารังแกหล่อน
คนยิ้มชักจะรำคาญตัวเอง........ลอบถอนใจ แล้วอยู่ ๆ ก็นึกถึงใบหน้าใครบางคน.....
ถ้าเป็นเจ้าเด็กนั่น.................มันจะทนทานอารมณ์แบบนี้ได้มากเท่าไหร่
จะทำหน้าแบบไหน แบบวันนั้น.......หรือน่ามองกว่านั้น..........
รอยยิ้มชัดเจนกว่าผุดขึ้นที่มุมปาก และนัยน์ตาเรียวก็เป็นประกายวาบ
หญิงสาวที่กำลังตกเป็นทาสอารมณ์เขา ได้ผลพลอยได้ไป
สีหน้าแสดงอารมณ์ แต่ในหัวครุ่นคิด ชักช้าไป จะไม่ทันการ......คงต้องเปลี่ยนวิธีเข้าหา ต้องอ่อนโยน นุ่มนวลกว่านี้สักหน่อย
คาเมะสะบัดหน้าขึ้น หายใจเฮือกใหญ่ ก่อนเลียริมฝีปากเบา ๆ
.......อีกไม่นานหรอก จิน
อีกไม่นาน.....
.........................................................................................................................................
...................................................................................................................................................
วันนี้เป็นวันเสาร์ จินตื่นสายเป็นปกติ แต่มีบางอย่างที่ไม่ปกติ
หลังจากวันที่คาเมะมาเหยียบจมูกถึงที่ จินก็รีบโทรไปเค้นคอเพื่อนตัวดีทันที วันรุ่งขึ้นก็เค้นถามย้ำแล้วย้ำอีก
ยูยะปฏิเสธหน้าซื่อ เขาเพิ่งรู้จักกับคาเมะแล้วจะรับนัดง่าย ๆ ได้ยังไง จินพยายามทำใจให้เชื่อแม้ว่าดวงตาใสแจ๋วจะวิบวับยังไงพิกล
ยังไงซะ ชีวิตเขาคงสงบสุขกว่านี้ ถ้าเดินลงมาแล้วไม่เจอใครบางคนนั่งแทะขนมปังอยู่ตรงหน้า
"ไม่อยากเชื่อเลย...” เขาคราง ก้มหน้า เอานิ้วคลึงขมับ
แขกยามเช้าหันมา ยิ้มนิด ๆ มองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แน่ล่ะ ไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่
หัวฟู หน้ายับ กางเกงขาสั้น เสื้อยืดคอกว้าง..........เฮ่ย มันลวนลามเขาทางสายตาหรือเปล่าวะ
"มารับไง ตามนัด" มันบอกตาแป๋ว ริมฝีปากนั่นยังคาบขนมปังปิ้ง
“นัด?” จินทวนคำ “ฉันไปนัดอะไรกับนาย”
“อะไร ทำเป็นลืม” คำพูดนั้นเหมือนจะตัดพ้อ
“ไม่เคยนัดโว้ย ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไอ้พวกบุกรุกบ้านคนอื่น!”
คนฟังหัวเราะเบา ๆ
“น้องชายนายเปิดประตูให้ฉันเข้ามาเอง แม่นายก็ปิ้งขนมปังให้ฉันกินอยู่นี่....... ”
จินเริ่มหันรีหันขวาง ไม่รู้ว่าคาเมะต้องการอะไร
“วันนี้ว่าง เลยนึกถึงนาย”
“นึกถึงทำไม” เขาเอ่ยเสียงห้วน
“มีหนังอยากดู ไปดูกัน”
“ไม่ไป!”
คาเมะไม่ว่าอะไร เขายักไหล่ ยัดขนมปังคำสุดท้ายเข้าปาก จิบน้ำส้มตามอย่างใจเย็น
จินพื้นเสียและเดินผ่านคาเมะไปอย่างหงุดหงิด ไม่ทันจะเดินไปไหนเสียงคุยโทรศัพท์จากคาเมะก็ทำให้จินต้องเบิกตาโพลง
“ยูยะเหรอ.....ตื่นหรือยัง โทรมากวนแต่เช้าหรือเปล่าเนี่ย ฉันเอง”
จินเบรคพรืด ตาเหลือก หันกลับมา
“ไม่มีอะไรหรอก แค่จะถามว่าว่างมั้ย.......คือว่า”
“ยูยะ นายไปกับมันไม่ได้นะ!”
ไม่รู้ว่าอีกทางจะได้ยินเสียงเขาไหม แต่จินตะโกนลั่นพลางโจนเข้าแย่งมือถือจากมือขาว ๆ ข้างนั้น
คาเมะก็เอี้ยวหลบให้พัลวัน โฮสต์หนุ่มเอามือปิดโทรศัพท์ไว้ หันมาถามหน้าตาเฉย
“มีอะไร.....”
"โทรหาเพื่อนฉันทำไม!"
"ก็ไม่มีเพื่อนดูหนัง"
น้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตาเห็นชัดว่ากวนประสาท คนมองกัดฟันแน่น พยายามกลั้นอารมณ์
“บอกยูยะว่านายไม่ว่าง”
“ทำไมล่ะ.....ฉันไม่ชอบการโกหกนะ”
“นายไม่ว่างเพราะจะไปกับฉัน!”
เขาบอกอย่างเสียไม่ได้และหันหลังกลับขึ้นไปทันที คาเมะพยักหน้าช้า ๆ ยิ้มสมใจ ปิดโทรศัพท์ลงหน้าตาเฉย
และจินก็เพิ่งรู้ตัวในเดี๋ยวนั้น.......................หรือเขาจะโดนมันหลอก?
เหมือนเป็นเหยื่อที่พลาดตกลงไปในหลุมพรางที่พรานวางไว้ยังไงพิกล และไอ้พรานคนนั้นก็กำลังขู่เขาเป็นคำรบสอง
"เปลี่ยนใจหรือ" ร่างบางหัวเราะน้อย ๆ "......คิดดี ๆ นะ"
เจ้าของบ้านกัดฟันกรอด
……………………………………………………
……………………………………………………………
เขาจินตนาการไม่ออกสักนิดว่าเวลาเจ้าเพื่อนตัวเล็กคนนี้อยู่กับคาเมะจะมีบรรยากาศเป็นยังไง จะถูกทำอะไรไปบ้างหรือไม่ หรือหลอกล่อให้เพื่อนเขาตายใจแล้วค่อยจัดการทีเดียว
มัวแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง เลยไม่สังเกต คาเมะที่ลากเขาไปถึงหน้าโรง กำลังพิจารณาภาพยนตร์ที่มีรอบฉายในชั่วโมง สามเรื่องสามแนว โรแมนติก แอคชั่น....และ
“เอาเรื่องนี้สองที่ครับ” มันจิ้มพรวด
เขาไม่ชอบหนังผี!
ทันทีที่นั่งลง แขนเขาก็ถูกคว้าหมับไม่ให้ขยับหนีไปไหน หัวใจเขาเต้นแรงจนได้ยิน ไม่ใช่เพราะคนนั่งข้าง แต่เพราะฉากโหยหวนชวนระทึกขวัญตรงหน้า ไม่รู้เขาคิดไปเองไหม เจ้าคนที่มาด้วยกัน มันแสยะยิ้มทุกครั้งที่เห็นเลือดสาดเต็มจอ!
แล้วมือด้านซ้ายก็ค่อย ๆ ไต่มาใกล้ต้นขาเรื่อย ๆ จนเหมือนจงใจ จินผวาสะดุ้ง คว้าหมับ ไม่ให้อีกฝ่ายแกล้งได้ แต่พอหันไป..........ร่างนั้นกลับนิ่ง ครั้นดึงเบา ๆ ก็เอนลงซบที่ไหล่เขา หลับตาพริ้ม เขามุ่นคิ้ว ลองเอื้อมมือไปแตะ ๆ ดู......ยังนิ่ง แตะแรงขึ้นอีกนิด....เฮ่ย หลับ!
หนังมันชวนง่วงขนาดนั้นเลยเรอะ
เขาถอนใจ น่าฆ่าให้ตายนัก แต่บางทีก็ทำตัวอย่างกับเด็ก เขาเพิ่งนึกได้ในเดี๋ยวนั้นเองว่าคาเมะทำงานกลางคืน นี่คงเป็นเวลานอนปกติ เขานั่งมองคนขี้เซาเงียบ ๆ
....เพราะอย่างนี้รึเปล่านะ...ถึงเป็นโฮสต์
รูปลักษณ์ดูดีทุกกระเบียดนิ้วตลอดเวลากับนัยน์ตาพราวระยับ ดวงหน้าใสดูอ่อนวัยกว่าเขาหรือไม่ก็เท่า ๆ กัน ทั้งที่อายุมากกว่า มอง ๆ ไปก็น่าเอ็นดูเหมือนกัน.....ถ้าจะนิสัยดีกว่านี้.....จินไม่ลืมต่อท้ายในใจ
เกลียดชะมัด เขามานั่งทำอะไรอยู่ที่นี่
จินสะบัดหน้าหนีอีกครั้ง เมื่อเผลอมองฉากสยอง บ้าเอ๊ย พาเขาเข้ามาผจญวิบากกรรมแล้วก็ทิ้งให้เขาดูคนเดียว ว่าแล้วจินก็ได้แต่หลับตาปี๋ไปทั้งเรื่อง
“ไม่เห็นสนุกเลย” มันบ่น “เสียดายตังค์”
จินตวัดสายตามองคนที่เดินมาด้วยกันอย่างโกรธ ๆ ดูมัน ดูมัน......เย็นไว้ไอ้จิน เย็นไว้
“ทำไมหน้าซีดแบบนั้น ห่วยจริง ๆ ใช่มั้ย .........คราวหน้าดูเรื่องอื่นดีกว่า เนอะ”
“ไม่มีคราวหน้า!” เขาบอกทั้งที่ยังหายใจไม่ทั่วท้อง
“...ไม่เอาอะ เหงาแย่” มันบอกหน้าตาเฉย วันนี้มาแปลก สอดเรียวนิ้วเข้าจับมือเขาเหมือนจะอ้อน ความอบอุ่นวิ่งจากปลายนิ้วสู่ปลายนิ้ว มือนุ่มอยู่ในอุ้งมือเขา ราวกับจะจับจูง เว้นแต่ปากเสีย ๆ นั่นยังทำงานไม่หยุดหย่อน
“บอกแล้วไง ทำใจไว้ เพราะฉันไม่ปล่อยนายง่าย ๆ แน่”
ดวงตาสองคู่ประสานกัน คาเมะช้อนสายตาขึ้นไป ท่าทางยั่วเย้า ขบขัน จินสะบัดมือออก กดสายตาลงมาอย่างเห็นเป็นศัตรู
ยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร คาเมะเห็นท่าแบบนั้นก็นาบริมฝีปากลงไปหนักและเร็ว
ร่างสูงมึนงงราวกับมีไฟฟ้าแล่นปราดทั่วร่าง สีหน้าซีดขาวระเรื่อขึ้น เขาผงะ มองซ้ายมองขวา ก่อนถลึงตาใส่เจ้าคนตัวบางอย่างคาดโทษ
“ทำอะไร!”
“จูบ”
คำตอบง่าย ๆ แต่ชัดเจน จนคนถูกกระทำต้องเดินหนี ส่วนคนทำเอาแต่หัวเราะถูกใจก่อนเดินตามไปอย่างรวดเร็ว
เขามองตามภาพนั้นไปด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า กระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู
“โทโมะ....เป็นอะไรรึเปล่าคะ”
ยามะพีสะดุ้งจากภวังค์ หญิงสาวตรงหน้าถามด้วยความเป็นห่วงเขา.......
“ปวดหัวน่ะครับ....สงสัยจะไม่สบาย” เสียงเขาฝืดเฝือเต็มทน แม้แต่รอยยิ้มนั้นก็ฝืนเต็มที
"งั้น.....กลับไปพักผ่อนก่อนดีมั้ยคะ?"
เธอ.....เอ่ยอย่างเป็นห่วง ยามะพียิ้มบาง ไม่ปฏิเสธ รุนแผ่นหลังเล็กเคียงข้างเบา ๆ
“ผมไปส่งนะ”
เขามองหาคนที่เขารักจนวินาทีสุดท้าย ก่อนหลับตาลงราวจะลบสิ่งที่เห็นไปจากใจ
..........................................................
...................................................................
จุนเพิ่งลงจากรถและไม่ได้ดิ่งไปห้องทำงานเหมือนเคย มีคนแจ้งมาว่า โฮสต์คนหนึ่งคงไม่พร้อมต้อนรับใครในวันนี้ จุนเดินเข้าไปในบรรยากาศสลัวและเห็นร่างสมส่วนนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ จุนเข้าไปนั่งเคียงข้าง สั่งเครื่องดื่มก่อนหันไปถามยามะพีเสียงเรียบ
“ไหวมั้ย”
“ไหว”
มันบอก ทั้งที่สีหน้าแห้งผากต็มทน จุนร้องเฮอะ “หยุดพักสักวัน ฉันไม่เจ๊งหรอก”
“ขอบคุณครับ....”
"แต่ฉันตัดเงินเดือนแกนะ" จุนบอกต่อทันที และยามะพีก็แทบสำลัก คนกล่าวหัวเราะลั่น ตบหลังเบา ๆ
“แล้วตกลงเป็นอะไรวะ นั่งจิตตกเหมือนคนอกหัก”
เงียบ.....
ยังกับแทงใจดำ
ท่าทางอาการหนักกว่าเดิมทำให้จุนต้องฉุดแขนให้ลุกขึ้น
“มานี่ซิ........”
.......................................................................
...................................................................................................
อะไรบางอย่างทำให้เขาแน่ใจว่านั่นคืออาคานิชิ จิน.....
ตั้งแต่รู้จักกัน คาเมะไม่เคยแสดงท่าทีสนใจผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษจนถึงขนาด เดินคุย เดินหัวเราะไปขนาดนั้นได้
เขาอยู่กับคาเมะมานาน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่ากริยาแบบไหนเสแสร้ง กริยาไหนเป็นของจริง
หมอนั่นมันมีดีอะไร........เขาด้อยกว่ามันตรงไหน
ยามะพีไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเล่าอะไรให้จุนฟังไปบ้าง แต่โอนเนอร์คือคนที่ให้คำปรึกษาเขามาตลอด จุนอาจจะช่วยเขาได้
แต่จุนกลับส่ายหน้าเบื่อ ๆ บอกเขาอย่างเหนื่อยเต็มที
“ฉันบอกให้แกเลิกหวังไปกี่หนแล้ว มันเคยจริงจังกับใครที่ไหน มันเบื่อก็เลิก เจ้านั่นไม่ต่างอะไรกับแกหรอก ถูกมันปั่นหัวเอาเหมือนกัน แล้วเดี๋ยวก็ถูกทิ้งเหมือนกัน”
ยามะพีตวัดสายตาฉับ แต่จุนก็ไม่ยอมคืนคำ
“หรือจะเถียง ว่าครั้งหนึ่งแกก็เคยได้ควงมัน แต่ถูกเขี่ยทิ้งซะไม่ไยดี....ภูมิใจเถอะ เท่าที่ฉันเคยเห็น แกเป็นผู้ชายคนแรกของมัน”
“คงจะภูมิใจ ถ้าผมเป็นคนเดียวของคาเมะ”
“ตัดใจแล้วมองคนอื่นซะบ้าง คนต่อแถวขอเป็นแฟนแก ยาวตั้งแต่ปากซอยยันท้ายซอย” ผู้เป็นโอนเนอร์หัวเราะเสียงต่ำ “อีกอย่าง มันคงทำใจชอบผู้ชายไม่ได้หรอก”
ยามะพีขมวดคิ้ว เขาติดใจบางอย่างที่จุนพูด ยังไม่ทันถามอะไร ประตูด้านหลังก็เปิดผาง
เขาหันไปสบตากับผู้เข้ามาใหม่ คาเมะมองเขาแวบหนึ่งก่อนเบือนหน้าไปหาจุน
.....เย็นชา....... ไร้หัวใจ ยามะพียิ้มเยาะตัวเอง ให้แกตายไปตรงหน้าเขาจะสนใจหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ผมมีแขกนัดมั้ย”
“คุณซายากะ.......รอแกอยู่ข้างล่างโน่นมั้ง”
กล่าวเสียงเรียบ จุนเท้าคาง มองคาเมะที่เดินกลับออกไปเงียบ ๆ แล้วกลับมาสังเกตไอ้คนที่จับจ้องตามร่างบางนั่นไปไม่วางตาอย่างขาดสตินิด ๆ อีกครั้ง.....
จุนต้องร้องปราม เมื่อแววตาของยามะพีแสดงความรู้สึกหลายอย่างปนกัน
“ยามะพี......อย่าทำอะไรบ้า ๆ” เขาบอก “ฉันกำลังเตือนแก”
“จุนคิดว่าผมจะทำอะไรคนโปรดของจุนเหรอ” ยามะพีแค่นยิ้ม “มีแต่เค้านั่นแหละ ที่ทำร้ายผมมาตลอด หรือจุนจะเถียง”
จุนไม่พูดอะไร เพียงหรี่ตาลง..................
...............................................................................................................
....................................................................................................................
TBC.

แต่ละคน วาจาคมมากมาย
ทำไมคาเมะดูมารยาหลายเล่มอย่างงี้
จะเป็นไงต่อเนี้ยๆ
#1 By ParadicE-Me~* (117.47.196.193) on 2008-12-09 15:40