PASSION CH.7

posted on 05 Jul 2008 22:25 by ficblog  in long-fic


เสียงบิดหมาดของผ้าผืนเล็กและเสียงนุ่มของใครสักคนที่คุยกับเรโอะ ทำให้จินเปิดเปลือกตาขึ้นมองอย่างอ่อนเพลีย ก่อนกลุ้มใจจนอยากหลับไปอีกสักรอบเมื่อเห็นว่าคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงคือใคร  ร่างแบบบางนั่งไขว่ห้าง คิ้วเลิกขึ้นนิด แล้วเท้าคางมอง เมื่อเห็นว่าเขาตื่นแล้ว


"ไง"


ส่งเสียงทักสั้น ๆ  จินจิ๊ปาก ครั้นจะขยับตัว ร่างกายที่ทั้งล้าทั้งถ่วงก็หน่วงไว้จนต้องล้มความตั้งใจ ยาขม ๆ ตั้งหลายเม็ดที่อุตส่าห์กลั้นใจกลืน ไม่ช่วยอะไรเลยหรือ หน้ายับ หัวฟูฟ่อง ขอบตาแดงก่ำ เห็นท่าโทรมแบบนั้น คาเมะก็เปรยอย่างอดไม่ได้


“นายน่าจะไปหาหมอ”


"ฉันไม่ได้เป็นอะไร"   ทั้งเสียงแหบเสียงแห้งก็ยังปากแข็ง  จะมาจุ้นอะไรกับเขานักหนา  แล้วหัดเดินเข้าเดินออกยังกับเป็นบ้านตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่?


"แหม.."   คาเมะยกมุมปากขึ้นนิด ราวกับขบขัน   “แม่นายบอกฉันหมดแล้วว่านายกลัวเข็ม”


หน้าซีด ๆ ของคนป่วยค่อยซับสีเรื่อขึ้น  คาเมะแสร้งถอนใจล้อเลียน  “กับอีแค่หวัด ไม่โดนฉีดยาหรอกน่ะ อย่างมากก็แค่เจาะเลือดนิดหน่อย...อ๊ะ แต่นั่นก็เข็ม”


พอจินตวัดสายตาขวับ คนช่างเย้าก็หัวเราะคิก   “....หิวมั้ย?”


เสียงนั่นเหมือนจะมีความห่วงใยแฝงอยู่โดยที่คนพูดก็ไม่รู้ตัว  จินเบือนหน้าไปทางอื่น   


“ไม่หิว”


“โกหก เรโอะบอกว่านายไม่ยอมกินอะไรตั้งแต่เมื่อวาน”  


คาเมะกล่าว แล้วร่างที่ไม่ฟังคำเขาก็เดินหายลงไปข้างล่าง จินมองตาม พลางหายใจเบื่อ ครู่ใหญ่ ไอร้อนก็ปะทะหน้า จินลืมตามอง  ข้าวต้มร้อน ๆ ในชามท่าจะส่งกลิ่นหอมกรุ่น แต่จมูกเขาไม่รับกลิ่น แล้วลิ้นก็ไม่รับรส น้ำลายไม่ไหล ไม่อยากอาหารแม้แต่นิด เขาครางต่ำอยู่ในคอ หันหน้าหนีไปทางเดิม  ไม่ทันคิด ว่าอีกฝ่ายแค่กำลังหาวิธีให้เขาทานอะไรบ้าง


“ลุกขึ้นมา...”  เสียงนั้นบอก  แต่จินก็นิ่ง   “จะลุกเอง หรือจะให้ฉันช่วย?”  


จินยังนิ่งอยู่ แต่เพียงชั่วอึดใจเท่านั้น โดยรับรู้ว่าใครบางคนจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา เด็กหนุ่มสบถพึม  ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้น ตวัดสายตาแข็ง ๆ มองอีกคน เสียแต่มันฉ่ำเยิ้มเพราะพิษไข้ เลยไม่ได้ทำให้ใครนึกกลัวเลยสักนิด


“บอกว่าไม่หิวไง”  


“ฉันไม่ชอบคนผอม ๆ”   


แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ!
เม็ดข้าวนิ่ม ๆ กลืนง่ายถูกตักขึ้นมา เป่าให้หายร้อน แล้วจ่อไปตรงหน้า  แต่แล้วมือหวังดีกลับถูกผลักออกอย่างดื้อดึง คนป่วยส่งนัยน์ตาขู่ฟ่อมาให้ ราวจะเตือนให้คาเมะถอยไปห่าง ๆ ไม่งั้นเจ็บตัว    


“บอกว่าไม่กิน ฟังไม่รู้เรื่องหรือ”


“จะกินมั้ย”   ขมวดคิ้ว เสียงเริ่มดุ  ชินกับการเอาใจคนอื่น แต่เคยหรือที่ต้องง้อใครบ่อยนัก  เจ้าเด็กนี่มันชอบหือเหลือเกิน  


“ไม่กิน”   จินตอบเสียงดัง ทั้งที่คัดจมูก เลยอู้อี้ฟังไม่เป็นคำ ล้มตัวลงนอนอีกรอบราวกับเด็ก  ไม่กินเสียอย่าง คาเมะจะทำอะไรได้ จะบีบปากกรอกข้าวก็ให้รู้ไป  


“เรื่องมาก...เดี๋ยวพ่อปล้ำซะวันนี้เลยดีมั้ย?"   


"ตลก!"


"จะลองมั้ยล่ะ?"


จินไม่ได้หันไปมอง จึงไม่รู้ว่าคนพูดทำหน้าแบบไหนอยู่....เขารู้ หมอนี่ก็แค่ขู่...    แต่ความเงียบที่เข้าครอบคลุมชั่วครู่นั่นคล้ายให้เวลาจินทบทวนว่าอย่างคาเมะมีหรือจะไม่กล้า คิดได้แล้วเด็กดื้ออย่างจินก็กลืนน้ำลายอึก  เริ่มหงอ  แต่ปากยังเถียง  


"ก็ไม่อยากกิน"


ริมฝีปากบางยิ้มพราย แถมวางชามข้าว  เหมือนจะให้คล่องตัว จินกระชับผ้าห่ม ปราการหนึ่งเดียวที่ปกป้องตนไว้ให้แน่นขึ้น  เห็นสายตานั่นแล้วก็เริ่มคิดได้ว่ายอมไปก่อนเป็นดี เลยเปลี่ยนใจทันควัน


“...สักคำสองคำก็ได้”  


"ดี"   คาเมะกอดอก    “จะดื้อก็ให้มันรู้เวลา ฉันไม่ตามใจ”   


ลงแบบนี้ คนฟังเลยปรี๊ด


"แล้วใครอยากให้มาเอาใจ!"  


"ฉันอยาก มีอะไรมั้ย?"     


คำตอบตรง ๆ  ไม่มีอ้อมค้อม ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม


"เฮอะ"    จินหลุดได้คำเดียว หน้าร้อนขึ้นพลัน  พูดไม่ออก


"เฮอะ"   ทางโน้นก็ยังจะมาล้อหน้าตาย    "อ้าปาก"  แถมยังมาสั่งต่ออีก


แล้วจินก็ต้องนั่งเคี้ยวตุ้ย ๆ จนได้  สำหรับข้าวคำแรกในสามมื้อ


“อะไรน่ะ”    รสชาติมัน ๆ กรุบ ๆ อยู่ในปาก  จินขมวดคิ้วนิด ๆ


“เห็ด”


“เห็ด?”   คนป่วยทวนคำ  


“ช่วยเจริญอาหาร”


อีกฝ่ายบอก จินเคี้ยวต่อ ไม่ว่าอะไร แต่รสชาติไม่เฝื่อนลิ้นเหมือนเคย  คอที่เคยฝืดเคืองก็กลืนได้เรื่อย ๆ  จนเกือบหมด  แล้วปลายนิ้วที่สัมผัสแก้มเขา ก็ใช้ผ้าเช็ดปากให้เบา ๆ  


"เบา ๆ หน่อย"   เอาเลย  อยากเอาใจนัก ก็จะเอาแต่ใจให้ดู    "เอาชามไปเก็บด้วย ออกไปแล้วก็ปิดประตู ห้ามรบกวน จะนอน"


"หือ?"


เสียงครางถามในลำคอ พร้อมกับคิ้วเลิกขึ้นน้อย ๆ เมื่อจินเริ่มแผลงฤทธิ์......ซ้ำแววตานั้นเหมือนจะมีประกายขบขันอะไรบางอย่างจุดขึ้นวูบหนึ่ง  ที่จินก็ไม่รู้ว่าคืออะไร  ทำเอาจินเริ่มคิดใหม่


"ก็ได้"


อ๊ะ ง่ายจัง  จินมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย  เมื่อเห็นคาเมะยิ้มอีกแล้ว


"เดี๋ยวเอาคืนทีเดียว"  


เอาคืนอะไร?


"วันนี้ฉันเปลี่ยนเสื้อให้นาย แต่วันหน้าห้ามใครถอดให้ นอกจากฉัน จำเอาไว้"


การประกาศจองซึ่ง ๆ หน้า ทำเอาคนฟังตาเบิกกว้าง
เฮ่ย!


"วางไว้ตรงนั้นแหละ! เดี๋ยวใครก็มาเก็บเอง!"  


ตั้งแต่คาเมะมา เหมือนจินจะลืมเข้าไปทุกที ว่าตัวเองป่วย โวยวายใหญ่ แต่คาเมะไม่ฟัง ถือถาดเดินออกไป ก่อนปิดประตูลง ยังมีหน้าหันมาบอก  "อ้อ ลืมเอาของมาคืน เจ้าของร่มดันป่วยเสียเองแบบนี้ แย่นะ.."  


ประตูปิดลง แต่จินถลึงตาไล่หลัง ก่อนสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ดันสู่รู้เสียอีก ว่านั่นร่มเขา วิ่งฝ่าฝนไปโรงเรียนแค่วันเดียว ดันไข้จับ จะจิ๊กของเจ้าเรโอะไปใช้ มันก็ดันตื่นก่อน อีกคันที่เหลือก็สีชมพูลายลูกกวาด หวานสะบัดจนไม่กล้าใช้  จะให้เขาทำยังไง?



จินพลิกตัวกระสับกระส่าย ยาที่ทาน กำหนดคือหลังอาหารเช้าเย็น กลางวันพอไม่ได้ฤทธิ์ยาเข้า ก็ข่มตาไม่ลงเอาดื้อ ๆ   เสียแต่รู้ว่าข้างล่างนั่นคงยังมีเจ้าแขกไม่ได้รับเชิญเดินพล่านอยู่ เขาก็ไม่อยากจะเสนอหน้าลงไปสักเท่าไหร่


แต่ก็ก้าวขาลงจากเตียงจนได้


การเดินยังสโลสเลอยู่หน่อย   จินค่อยไต่บันไดลงมาทีละขั้น  พอมาถึงชั้นล่าง สิ่งที่มองหาเป็นอย่างแรก คือเจ้าร่างบาง ๆ นั่น  ไปอยู่ตรงไหนเสียแล้ว
ได้ยินเสียงหวานฮัมเพลงมาจากนอกระเบียงด้านหลัง  จินเดินตรงไปทันที  ไม่ทันรู้ตัว  ว่าตานี้ ตนนั่นเอง ที่ชักอยากหาเรื่องขึ้นมา


ออกมาด้านนอก แดดร่มลมตก ถึงได้นึกออก หันไปมองนาฬิกาแขวนผนัง เกือบตกใจ  นี่นอนเอาทั้งวัน  จนบ่ายสามแล้วหรือ


"อ้าว"    เจ้าของเสียงหันมาทัก รอยยิ้มเหมือนจะเย้าเช่นเคย  "อุตส่าห์ไม่รบกวนแล้ว ทำไมไม่นอน?"


"เจอแม่ฉันหรือเปล่า"


จินถาม แล้วชักอยากเขกหัวตัวเองขึ้นมา  แม่ตัวเองแท้ ๆ ดันต้องไปถามหาเอากับคนอื่น  สายตาจับจ้องร่างที่ยืนอยู่ในร่ม พับผ้าทีละตัวอย่างประณีตเก็บลงตะกร้าแล้วก็ให้อดคิดไม่ได้  หมอนี่เป็นผู้ชาย  ดูอย่างไรก็ผู้ชาย  เว้นเสียจะแสร้งจริตประดิดประดอยทำตาเล็กตาน้อยเข้า  แต่เพราะโครงร่างเล็ก ๆ กับใบหน้าติดจะสวยนั่น  ท่วงท่าจะหยิบจับอะไรจึงดูน่าเอ็นน่ามอง  ไม่ขัดลูกตาสักอย่าง  


แต่...ก็แล้วเรื่องอะไรต้องมาทำนู่นทำนี่ในบ้านเขาด้วย  ฝากตัวเป็นลูกชายคนที่สามเรียบร้อยแล้วหรือไง?


"เจอเมื่อเช้า สวนกันตอนเข้ามา คุณป้าไปทำงาน เห็นว่างานด่วน ลาไม่ได้เสียด้วย ....ฝากตาจินหน่อย คาเมะอยู่ แม่ก็ไว้ใจได้"


ไว้ใจได้?  ไม่น่าไว้ใจที่สุดล่ะไม่ว่า!
แล้วจวบพอดีกับที่มือขาวนั่นคว้าอะไรสักอย่างจากราว เล่นเอาคนมองพุ่งหลาวเข้าแย่งหมับ บอกเสียงล้งเล้ง  "ของฉัน อย่ายุ่ง!"


"แหม..คิดมากไปได้"   


คาเมะหัวเราะคิก  จินส่งตาขุ่น กวาดของที่เหลือลงตะกร้าลวก ๆ  บ็อกเซอร์ตัวโปรดเขานั่นเอง  เขาคงไม่ว่า  ถ้ามันไม่ใช่ตัวเดียวกับตัวที่เขาเคยใส่แล้วถูกถ่ายรูปไว้แบล็กเมล์  แถมเจ้าคนหยิบขึ้นมายังมองมันดวยแววตาขัน ๆ อีกต่างหาก มันน่าไหมล่ะ


จินอุ้มตะกร้าเดินตัวปลิว  คาเมะเดินฮัมเพลงตามเข้ามา ก่อนจินจะกระแทกตะกร้าโครมเข้าให้  หันมาเท้าสะเอว สอบสวนเจ้าคนหน้าเป็น  


"ไหนว่าจะเลิกยุ่งกับยูยะ"


"หืม?"    คาเมะชะงัก  เลิกคิ้วขึ้น    "บอกตอนไหน?"


"ก็......"    จินเม้มริมฝีปาก ไม่รู้จะพูดอย่างไร สุดท้ายก็โพล่งอย่างเหลืออด  "นายเคยบอกฉันว่าจะไม่ทำอะไรหมอนั่น! ถ้าฉัน..."


จินหยุดพูดไปดื้อ ๆ  มองหน้าคาเมะอย่างที่จะให้อีกฝ่ายเข้าใจเอง แล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่  คาเมะทำความเข้าใจชั่วครู่  ก็หัวเราะลั่น
ขำออกมาอีกอย่างกลั้นไม่อยู่   เจ้าเด็กนี่  มีแต่เรื่องตลกอยู่เรื่อย!


จินกอดอก ฉุนจัด   "อะไร  มีอะไรน่าขำ?!"  


คาเมะหายใจระอา ยักไหล่  มองอีกฝ่ายเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กน้อย  แล้วนั่นก็ไม่ได้ทำให้จินชอบนักหรอก  


"นายทำให้ฉันรู้สึกเหมือน.....ตัวร้าย  คอยกลั่นแกล้งนายไปวัน ๆ งั้นแหละ"   


ก็แล้วมันไม่ใช่หรือไง!


คราวนี้ใบหน้านั่นเย็นลง แล้วเสียงตอบก็เฉย จนจินต้องหันมามองอย่างแปลกใจ เหมือนไม่ค่อยได้ยินมานานแล้ว ความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นในใจทันที  หมอนี่โกรธเขาหรือ?  
อะไร....เขาไม่ใช่หรือไงที่ต้องโกรธน่ะ


"แต่ไม่ต้องมาทำตัวเป็นฮีโร่ มาทำดีกับฉันเพราะกลัวฉันจะทำอะไรเพื่อนนายหรอก ถ้าฉันจะทำ ทำไปนานแล้ว แล้วนายจะไม่มีวันรู้ด้วย"  


ไอ้หมอนี่  เดี๋ยวหัวเราะ เดี๋ยวโมโห
ก็ตัวเองไม่ใช่หรือ   ที่เคยมาตั้งข้อแม้อย่างนู้นอย่างนี้  เอาเพื่อนเขามาอ้างต่าง ๆ นานา แล้วตอนนี้จะเอายังไง?


"ยูยะ ออกจะน่ารัก"   ริมฝีปากนั่น แววตานั่น  เริ่มพราวระยับอย่างที่จินไม่ชอบ  "นายคงไม่คิดว่าฉันแค่ยุ่งด้วยเล่น ๆ เพื่อยั่วนายหรอกนะ"


ใบหน้าที่ไม่มีการล้อเล่น ทำเอาคนฟังอึ้งไป  


ความจริงข้อนี้จินไม่เคยคิดถึงมาก่อน  เมื่อกี่ครั้งกี่หนที่คาเมะพูดถึงยูยะให้เขาได้ยิน จะเข้าทำนองล้อเล่น ไม่จริงจังไปเสียหมด  เมื่อเห็นยูยะติดต่อกับคาเมะ จึงได้แต่เตือนด้วยความหวังดีเพราะมุมมองที่เขาเห็นเป็นเช่นนั้น จนมั่นใจว่าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ    
พอได้ยินแบบนี้.....  


จินกัดริมฝีปาก และหัวคิ้วของจินชักจะขมวดแน่น   
อยู่ ๆ ก็พูดอะไรไม่ออก เหมือนมีอะไรบางอย่าง  สูบเลือดสูบน้ำที่อยู่ในอก จนห่อ จนแห้ง ไปทั้งใจ


"ถ้าอย่างนั้น.....ที่ผ่านมา เพื่ออะไร"


คาเมะปรายตามอง  แล้วต้องแปลกใจ  เมื่อคนตรงหน้า มีท่าทีเปลี่ยนไป  


"เกลียดฉันขนาดนั้นเลยหรือ?"  


เสียงนั้นฟังแหบพร่า คาเมะขมวดคิ้ว  ใครบอกว่าเขาเกลียด?  ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น?


"เข้าใจแล้วล่ะ  ต่อจากนี้  จะทำอะไรก็เชิญ"


เด็กหนุ่มกล่าวต่อ  สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด แล้วเดินกลับขึ้นข้างบน ทิ้งคนบางคนไว้เบื้องหลังกับความงงงัน


................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................


มันเป็นบรรยากาศอึมครึมที่ยูอิจิก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร  และถ้าจะว่าให้ถูก ไอ้คนสร้างบรรยากาศนี่ก็มีอยู่คนเดียว  คนอื่นดูจะไม่ได้รู้เรื่องไปกับมันด้วยเลย
คงเป็นความอัดอั้นตันใจอย่างหนึ่งที่ไม่สามารถแสดงให้ใครรู้ได้  เลยเก็บไว้ในใจคนเดียว แต่สุดท้ายมันก็เล็ดลอด ล้นออกมาให้เขาสังเกตเห็นจนได้  
มันมีเรื่องอะไรกับยูยะรึเปล่าหว่า?  ถึงได้จ้องเอา ๆ อย่างนั้น   วันนี้ยูยะมีอะไรแปลกประหลาดไปหรือ?  ยูอิจิมองตามสายตาจินบ้าง  ก็ไม่มีอะไรนี่


เจ้าเพื่อนผู้น่ารักมองยูยะอยู่เป็นนาน  สุดท้ายก็หายใจออกพรืดใหญ่  ส่ายหน้า หันมา เจอะกับเขาซึ่งจ้องอยู่ก่อนแล้ว


"เฮ่ย!"    จินผงะ  ผลักหน้ายูอิจิที่เข้าใกล้เกินควรออกไป  "ขนลุก"


ยูอิจิคลำหน้าตัวเองป้อย ๆ    มองหน้ายูยะที  แล้วก็หันมามองจินที   ตักข้าวใส่ปาก เคี้ยวหยับ ๆ  กลืนลงท้องได้  ก็ยังไม่คลายความสงสัย  ชะโงกเข้ามา กระซิบถาม


"แกถูกตาต้องใจอะไรยูยะ?"


จินทำหน้าทะแม่ง ๆ     "แกจะบ้าเรอะ"


"ดีแล้ว"   ยูอิจิบอก   ไม่ขยายอะไรต่อจากนั้น  จนจินต้องถามกลับ  "ดียังไง?"


ยูอิจิวางช้อนลง  หันมาทางเขา  ทำมือประกอบท่าทาง  "ถ้าแก"  นิ้วหนึ่งชูขึ้น  "กับ...นั่น"  สายตาพยักเพยิดไป  ชูขึ้นอีกนิ้ว  แล้วเอามาคู่กัน แกล้งขมวดคิ้ว ไม่ถูกใจ ส่ายนิ้วชี้ไปมา  


"ไม่เหมาะ ไม่เหมาะ"   


จินชักจะขำขึ้นมาบ้าง ยังไม่ทันถาม  ว่าไม่เหมาะยังไง  ยูอิจิก็บรรยายต่อ


"ไอ้นี่"   นิ้วชี้ทางซ้าย หมายถึงจิน  "โสด"


"ส่วนไอ้นี่"  นิ้วชี้ทางขวา หมายถึงยูยะ   "มีคนดูใจแล้ว"  


"เพราะฉะนั้น ไอ้นี่...ซึ่งก็คือแก  ก็จะ.......แห้วๆๆ"  ยูอิจิหักนิ้วทางซ้ายลง โบกมือเย้ย ๆ    จินไม่ใส่ใจท่าทางนั่น  แต่ถาม    "ยูยะมีแฟน?  หมอนั่นมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่?"


"โอ๊ย  เขาลือกันให้แซ่ด ว่ามันคบกับคนอายุมากกว่า"  


"หืม"  จินเลิกคิ้วขึ้น


"ข่าวไม่ได้มาจากเจ้าตัวหรอก  มาจากแม่ผู้หญิงในห้อง  สืบมาจนได้ว่าพักนี้ยูยะติดต่ออยู่กับผู้ชายคนนึง ....อ๊ะ แล้วยังรู้ได้อีกนะว่าตัวสูง แต่หุ่นบาง ทำงานแล้ว ชื่อคาเมะจัง  เป็นไงล่ะ ข่าวกรองห้องเรา"


คนที่นั่งฟังอยู่ได้ตั้งนานมองหน้าเขาอยู่สองวิ ก่อนลุกพรวด เอาจานไปเก็บไม่รอใคร  เพื่อนในโต๊ะหันมามองงง ๆ     ถามยูอิจิ  ที่เมื่อครู่เห็นกระซิบกระซาบอะไรกันอยู่ ก่อนจินจะเดินดุ่มออกไป


"จินมันเป็นอะไร?"


ยูอิจิยักไหล่ เพียงซ่อนยิ้มขบขันเงียบ ๆ



.................................................................................................................................
..................................................................................................................................


แสงจ้าสายตาเป็นสิ่งแรกที่เขาเห็น  เมื่อผลักประตูที่แง้มให้เปิดออกกว้าง ลมอ่อน ๆ จึงกระทบผิวหน้า เส้นผมที่เคยอยู่ทรงปลิวปรกแก้มตามแรงลม ยิ่งก้าวออกไปลมยิ่งแรงขึ้น กลิ่นควันบุหรี่จาง ๆ พาให้จินเหลียวมองหาคนสูบ  ผ่านพื้นที่โล่งกว้างบนดาดฟ้านี่ไป สุดระเบียงที่อยู่ใต้เงาซึ่งทอดมาของแทงก์เก็บน้ำถังใหญ่ คือร่างเปรียวได้สัดส่วน ดวงหน้าเข้มขรึมทอดมองไปยังขอบฟ้า กอดอก ยืนตัวตรง ปลายนิ้วคีบบุหรี่ไว้หลวม ๆ  นานครั้งค่อยอัดเข้าปอดเบา ๆ สักที


ควันพรูออกเป็นสาย แต่ลมก็พัดพาไปรวดเร็ว จนแทบมองไม่เห็น  เหลือเพียงกลิ่น ที่จับต้องไม่ได้
คล้ายใบหน้านั่น  หัวคิ้วชนกัน  ราวกับครุ่นคิดบางสิ่ง  แต่ครั้นรับรู้การมาถึงของเขา  สีหน้านั้นก็ปรับเป็นปกติ  รอยยิ้มบางจับอยู่บนริมฝีปากเต็ม


"อาจารย์...."    


"อาคานิชิ"     เรียวเคาะบุหรี่กับราวเหล็ก เถ้าสีเทากระจายลง   "กินข้าวแล้วหรือ"


"เรียบร้อยแล้วครับ  อาจารย์ล่ะ"


"ฉันว่างตั้งแต่คาบสาม  เบื่อ ๆ ไม่รู้จะทำอะไร เลยขึ้นมาที่นี่  เงียบดี  แดดไม่ยักร้อนเท่าไหร่"   แล้วคนพูดก็ชะงัก  ทำท่าจะบี้บุหรี่ทิ้ง  "ลืมไป  เธออาจจะไม่ชอบ..."


"ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ถือ"   


กระนั้น  บุหรี่ที่เหลือกว่าครึ่งลงไปนอนอยู่ก้นถังขยะ เหมือนไม่ใส่ใจ  


"ฉันสอนเป็นยังไง"


"ครับ?"


จินเลิกคิ้วขึ้น  คนถามจึงยิ้ม  เด็กหนุ่มมองตาปริบ อาจารย์คนนี้  ท่าจะไม่ได้ดุอย่างที่ใครเขาลือกัน


"ฉันไม่เคยเป็นครูมาก่อน  เวลาถูกเรียกอาจารย์  ยังแปลก ๆ อยู่เลย  อาจารย์ที่นี่มีแต่คนเก่ง ๆ  ฉันยังไร้ประสบการณ์ เลยกังวลว่าจะทำได้ไม่ดี"     


"อาจารย์สอนดีออก"   จินบอก แล้วต้องกระแอมไอ เมื่อเรียวมองมาอย่างรู้ทัน ว่าเขาชอบหลับใน  "ผมก็เรียนนะครับ ไม่ได้เหลวอย่างที่อาจารย์คิดสักหน่อย"  


"ฉันก็ไม่ได้โหดอย่างที่พวกเธอคิด"


จินนิ่งไปนิด มองดูใบหน้ายิ้มอย่างขบขันนั่นแล้วต้องครวญในใจ  ผู้ชายคนนี้ สวมบทบาทอาจารย์ได้ดีเวลาอยู่ในห้องเรียน แต่เมื่ออยู่ข้างนอก เหมือนเป็นคนละคน  


"แต่ให้เข้าใจกันแบบนั้นกันน่ะดีแล้ว ใหม่ ๆ ก็อยากวางมาดบ้าง ไม่งั้นโดนแหย่ให้เสียผู้ใหญ่หมด"   เรียวหัวเราะ หรี่ตาลง  ถามยิ้ม ๆ   "......ว่าแต่เธอน่ะ ขึ้นมาทำอะไรบนนี้? คงไม่ได้แอบขึ้นมาทำอะไรแปลก ๆ หรอกใช่มั้ย?"  


"..หา....อย่างอะไรล่ะครับ?"    จินหน้าเหรอ


"ไปรู้หรือ บนนี้ไม่ค่อยมีคน ยิ่งตอนกลางวัน พระอาทิตย์ตรงหัวแบบนี้ ไม่มีใครอยากขึ้นมาหรอก  ฉันยังแอบมาสูบบุหรี่บนนี้เลย...เห็นเธอเดินโท่งขึ้นมาคนเดียว ฉันก็สงสัยสิ"    ว่าแล้วคนพูดก็บิดแขนอย่างเกียจคร้าน  "เป็นครูบาอาจารย์ก็ลำบากตรงนี้  ทำอะไรก็ต้องคอยระวัง จะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับนักเรียน....เรื่องที่เธอเจอฉันบนนี้  อย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ เดี๋ยวฉันจะเสียทำเลดี ๆ ตรงนี้ไป"    ประโยคหลังหันมายักไหล่ให้ด้วย  พาให้จินเกาท้ายทอยงง ๆ  


"ถ้าไม่อยากเป็นอาจารย์ แล้วมาเป็นอาจารย์ทำไมล่ะครับ"


"ใครบอกว่าฉันไม่อยากเป็น?"   เรียวถาม  แล้วทำหน้าเหมือนนึกได้  "อ้อ  ท่าทางฉันเป็นอย่างนั้นสินะ"


ดวงตาทอดออกไปอีกครั้ง   "ฉันมีคนรู้จักอยู่แถวนี้  ฉันเลยย้ายมา"


"มาอยู่ด้วยกันหรือครับ?"


"เปล่า"  รอยยิ้มนั่นเหมือนจะขรึมลงแวบหนึ่ง แล้วไม่ตอบคำใดอีก  "....ฉันไม่ได้ไม่ชอบ หรือไม่อยากเป็นอาจาย์หรอก  แค่ไม่ชินเท่านั้น  ตอนนี้ก็สนุกดี เวลาโดนนินทาลับหลัง"  


จินยิ้มแหย....ประหลาดคนชะมัด......
เขาขมวดคิ้ว  ไม่ทันคุยอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  เมื่อกดรับ  เสียงยวน ๆ ของเจ้าเพื่อนตัวดีก็ลอยมาตามสาย


'ไอ้จิน เพื่อน ๆ ให้อภัยแล้ว กลับมาเถอะ.......'


"เหรอ......."   จินลากเสียงยาว เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง  แล้วก็ได้ยินเสียงหัวเราะแหะ  มาตามสาย


'แหม ล้อเล่นน่า  นี่แกอยู่ไหน?'


"มาเดินเล่น....."    จินกลอกตามองผู้เป็นอาจารย์  แล้วจึงแกล้งบอก  "เดี๋ยวกลับแล้วน่ะ  โทรมาทำไม ไม่เจอแป๊บเดียว คิดถึงหรือไง?"


'ขนลุก!'


"เออ!"


จินพับโทรศัพท์ลง  หันมากล่าวลา  "ผมไปก่อนนะครับ"


เรียวพยักหน้า   และเป็นอีกครั้ง ที่จินรู้สึกว่า รอยยิ้มนั้น...คล้าย...ใครสักคน มากเหลือเกิน



..............................................................................................................................
............................................................................................................................


"เจอตัวยากเย็นจังนะคะ"   


เสียงหวานมีจริตตัดพ้ออย่างเง้างอนลอยมาให้เขาได้ยิน  ยามะพีหันไปมองตามต้นเสียง  หญิงสาวคนหนึ่ง เบียดกระแซะนั่งอยู่ข้างคาเมะ  แล้วเจ้าหล่อนยังบอกต่อ    "ทีแรก  ที่ใคร ๆ บอกว่าคุณเกเรนักหนา  ฉันยังไม่อยากเชื่อ  ตอนนี้ชักจะเชื่อขึ้นมาแล้ว  มาทีไร  ไม่เห็นจะเจอสักครั้ง  โดดงานไปเที่ยวไหนมาคะ สารภาพเสียดี ๆ"


คาเมะเลิกคิ้วขึ้น มองอย่างขบขัน   "โดดงาน?  โอ๊ย ใครจะไปกล้าครับ  โอนเนอร์ผมนะ ดุยังกะ...."    คำสุดท้ายที่เบาลงจนพอได้ยินกันสองคนจะเปรียบโอนเนอร์กับอะไรไม่รู้ล่ะ แต่เรียกเสียงหัวเราะใส ๆ จากสาวเจ้าจนใครหลายคนหันไปมอง


ยามะพีส่ายหน้าระอาใจ  ก็ถูกแล้ว  คาเมะเจอตัวยากยิ่งกว่าใครเสียอีก  ดูเถอะ  สาวน้อยสาวใหญ่  เรียกหาคาเมะกันแน่นเอี้ยด ขนาดเขายังไม่ได้เจอทุกครั้งที่อยากเจอ  ขาจรอย่างเธอคนนั้นท่าจะไม่รู้จักคาเมะสักเท่าไหร่  แต่เดี๋ยวก็คงติดเข้าอีกคน  แป๊บเดียวก็สร้างโลกส่วนตัวกับคาเมะได้เสียแล้ว   


แต่เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ  ดูท่าวันนี้แล้วรู้   คาเมะกำลัง....เบื่อ   
แววตาคู่นั้นไม่มีแววสนุกสนานเหมือนเคย  ซ้ำยังแข็ง ๆ อย่างไรบอกไม่ถูก........ปกติคาเมะไม่ค่อยทนไม่ใช่หรือ?  หาวิธีเลี้ยวลดให้ตัวเองได้ตลอด
หรือเขาอาจจะดูผิด....


อย่างไรเสีย  ยามะพีย่อมไม่ชอบเห็นคาเมะอยู่กับคนอื่นนัก  เขาเลี่ยงออกมา  หลบเข้าห้องน้ำ  ล้างมือ  ถอนใจเฮือก


"ยามะ"   เสียงคาเมะดังขึ้นข้างหลัง   "ไม่ได้เอารถมา ไปส่งที"  


"อ้าว....แล้ว..."    คุณลูกค้าคนสวยนั่นล่ะ?


คาเมะดูนาฬิกาอีกที  "ป่านนี้แล้ว กลับกันเถอะ ฉันง่วง"


นั่นไง พูดขาดคำไม่ทันไร  นี่คงหาทางปลีกตัวออกมาแบบไม่ให้เสียน้ำใจได้อีกนั่นแหละ แล้วใครต่อใครก็จับกันไม่ค่อยได้หรอก
ยามะพีพาคาเมะออกไปทางด้านหลัง   พักนี้คาเมะช่างอ้อน  ช่างเอาใจ  จนพูดอะไร ยามะก็ออกจะเคลิ้ม ๆ ตามไปเสียหมด  แต่วันนี้....


"คุณเป็นอะไร?"   คนถูกถามชะงัก   "ใครทำอะไรให้ขัดใจ?"


ร่างบางนิ่งไปพัก ค่อยเงยหน้า ตอบเสียงเรียบ  "ไม่มี"


เดินนำไปแค่ไม่กี่ก้าว ก็หยุดอีก หันมา ถามเขาเฉย


"นายเคยบอกว่ารักฉัน พูดจริงใช่มั้ย"


คนถามแววตาทื่อ ๆ เหมือนคาใจอะไรสักอย่างถึงได้ถาม  ไม่ได้มีความซาบซึ้งเหมือนคำถามที่เพิ่งพูดออกมา


"ก็...จริงสิ"    ยามะพียิ้ม  แต่แววตาเป็นกังวล  วันนี้คาเมะดูแปลก ๆ จริงด้วย


"แล้วถ้าฉันมีคนอื่น...."   คาเมะนิ่งไปอีกนิด เพิ่มรายละเอียดอีกหน่อย  "หลายคนด้วย.......นายจะคิดยังไง"


ก็คิดอย่างทุกวันนี้กระมัง......คนตอบไม่รู้จะทำหน้าแบบไหน จะยิ้มก็ยิ้มไม่ถูก หัวเราะก็ไม่ออก ให้ทำเหมือนจะร้องไห้ก็กระไร  
ยังไม่ทันคิดว่าจะตอบแบบไหน  คาเมะก็ถามต่ออีก  


"แล้วถ้านายรู้ว่าที่จริงแล้วฉัน....ไม่เคยคิดอะไรกับนายเลย....แถมยังเกลียดเข้าไส้.....ปั่นหัวนายเล่นเอาสนุก นายจะว่าไง"   


ร่างสูงหน้าเจื่อน    "เรื่องสมมติหรือ?"


"คงอย่างนั้น"   คาเมะเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ  ยักไหล่  ใส่น้ำหนักให้ดูน่าเชื่อถือ  "ลูกค้าเอามาปรึกษา"


คนฟังถอนใจ  เขาขมวดคิ้ว  มองอีกฝ่ายที่ยังจ้องรอคำตอบแล้วบอก   "ก็คงจะ...เสียใจ หรือไม่ก็โกรธล่ะ"


"อันไหนมาก่อน"   ถามต่ออีก


"เอ้า..."   ยามะพีหัวเราะขัน ๆ   "คงมาพร้อมกันนั่นแหละ  คาเมะ คุณถามเหมือนไม่เคยรักใคร"


คาเมะตวัดสายตามองยามะพี  ก่อนจะยิ้มเย็นรับ   "ขอบใจ"


เด็กคนหนึ่ง....ตัวก็โตไล่เลี่ยกับเขา  แต่แววตายังมีความสดใส  มีความเป็นเด็กอยู่ตลอดเวลา  ท่าทางยังไม่ประสีประสา ยั่วนิดยั่วหน่อยก็โมโห ปากไม่ตรงกับใจ แล้วยังทำได้ไม่แนบเนียน  คิดยังไง ก็แสดงออกมาอย่างนั้น  และคงเพราะความซื่อใสที่ว่านี่  เขาเลยอดเย้าอดแหย่อยู่เรื่อย ๆ ไม่ได้


ภาพเจ้าเด็กคนนั้น ที่ทำหูตกหางตกใส่เขา  มันชวนติดตา ติดใจบอกไม่ถูก  ให้เขาสงสัยว่าเป็นอะไรไป  เขาพูดออกไปแค่นั้น ทำไมต้องทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่ชนิดชวนให้ใจเสีย
........สั่นสะท้านบ้างแล้วสินะ


ถ้าลงว่าอย่างนี้.......คงอีกไม่นานนักหรอก
อีกไม่นาน......



tbc.









Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น้อง ใจร้ายจังนะ!


:D

#1 By BUTAjiZ * ท้องฟ้า (125.24.68.248) on 2008-12-25 16:55