PASSION CH.8

posted on 05 Jul 2008 22:27 by ficblog  in long-fic


เป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว เวลาจินกลับมาตอนเย็นแล้วได้เห็นคาเมะนั่งคุยอยู่เป็นเพื่อนแม่เขา และเมื่อไหร่ไม่รู้ที่เริ่มกลายเป็นความเคยชิน กระทั่งว่าเมื่อไม่เห็นคาเมะหลายวันเข้า เวลาถอดรองเท้า จินก็ต้องสังเกตว่าวันนี้มีใครมาหรือไม่  หรือแม้เดินเข้ามาแล้ว บางครั้งก็มองหาโดยไม่รู้ตัว


.......วันนี้ก็ไม่มาหรือ


เขาเดินเข้าไปในครัว  หม้อซุปอุ่นอ่อน ๆ เอาไว้ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ แต่เมื่อไม่มีใครอยู่  เขาจึงเอากระเป๋าไปเก็บ ไม่ใช่เรื่องทุกข์ร้อนสำหรับเขา แค่แปลกใจ  ตั้งแต่วันนั้น  คาเมะหายไปเฉย ๆ  ไม่มา  ไม่ติดต่อ  ไม่กวนใจ  ไม่อะไรทั้งสิ้น   น่าหงุดหงิดไม่ใช่หรือ ......บทจะมาก็มา บทจะไป...ก็ไป  


ไป ๆ เสียได้ก็ดี  เขาก็แค่เด็กม.ปลายธรรมดาคนหนึ่ง  หมอนั่นคนทำงานกลางคืน  ท่าจะผ่านอะไรต่อมิอะไรมามาก ไม่ใช่ประเภทที่จะมาเจอกันได้ด้วยซ้ำ  มันเคยบอกเขาแล้วไม่ใช่หรือ  ทั้งหมดนี่ก็แค่อยากจะทำ  ก็แค่ถูกใจ...... คำว่าถูกใจนั่นก็คงไม่มีอะไร  นอกจากนึกสนุก  แล้วเมื่อหมดสนุก....จะมีธุระอะไรมาข้องแวะด้วย


.....คงต้องเลิกคิดถึงเจ้าคนประหลาดนั่นสักที.....
ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเก็บมาวุ่นวายใจสักนิด


จินเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้น เดินลงมาด้านล่าง  ทิ้งตัวลงบนโซฟา  เปิดทีวีดู  เปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อย ไม่มีจุดหมาย  นางอาคานิชิเงยหน้าขึ้นจากนิตยสาร   


“มีน้ำส้มคั้นอยู่ในตู้เย็นแน่ะ จะดื่มก็เทเอานะ”   


เธอก้มลงพลิกหน้าถัดไป  ไม่พูดอะไรอีก  จินเพียงขานรับอ่อย ๆ   ในเมื่อแม่เขาไม่ได้พูดถึงคาเมะ  แล้วเรื่องอะไรเขาจะต้องถามถึง   
ช่องที่จินเปิดแช่ไว้  เป็นพยากรณ์อากาศของวันพรุ่งนี้  รูปก้อนเมฆมีหยาดฝนประปราย  ชวนให้ผู้เป็นแม่นึกขึ้นได้


"จริงสิ....แม่ไม่เห็นจินเอาร่มไปโรงเรียนเลย ฝนยังไม่หยุดเลยนะ  ไม่สบายขึ้นมาอีกจะทำยังไง"


คนฟังชะงักไปนิด  แต่ก็ตอบเสียงเรื่อย ๆ    "ทำหายน่ะแม่"


"เอ้า  คันอื่นก็มีทำไมไม่ใช้   แม่ซื้อให้ใหม่มั้ย?"


"ไม่ต้องหรอกฮะ....ขี้เกียจพกให้หนักกระเป๋า"


"แหม ร่มคันเดียวจะหนักสักเท่าไหร่กัน"     


"เดี๋ยวผมไปซื้อเองก็ได้"  คนตอบ ตอบส่งไปอย่างนั้น  แล้วนางอาคานิชิก็ถอนใจอย่างระอา   


"แล้วนี่ลูกว่างมั้ย?  ไปถอนหญ้าในสวนให้แม่หน่อยสิ  พอน้ำชุ่มล่ะขึ้นเอา ๆ  รกจะเป็นป่าอยู่แล้ว"  


"ไว้ก่อนได้มั้ยฮะ"   จินครางเบื่อ ๆ  แต่แล้วก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ  ไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่  "...เดี๋ยวถอนให้เลยก็ได้"


เขาเดินลากเท้าไปทางหลังบ้าน อย่างที่ผู้เป็นแม่ได้แต่มองตามตาปริบและนึกสงสัยอยู่ในใจ ว่าพักนี้...เป็นอะไรไปหนอ เจ้าลูกคนนี้




นอกระเบียงที่ยื่นออกไป  ด้านล่างเป็นสวนเล็ก ๆ ที่คนทั่วไปพึงมีได้ในพื้นที่บ้านอันจัดสรรปันส่วนไว้อย่างดี  จินเปิดห้องเก็บของข้างสวน คุ้ยหากรรไกรตัดหญ้าอันใหญ่ติดมือออกมา นั่งยองลง แล้วตัดไปเรื่อย  พื้นดินชุ่มน้ำชวนให้สดชื่นขึ้นมาบ้าง จนเข้าใกล้โคนต้นไม้ต้นใหญ่ กิ่งไม้ที่โค่นลงมาเพราะลมแรงคราวก่อน ยังไม่ทันมาตัดออก คงเพราะน้ำหนักที่ทิ้งตัวลงมา เลยพาเอากิ่งที่ค่อนข้างใหญ่ หักลงมาด้วย  


เขาวางกรรไกรทิ้งไว้ แล้วเดินกลับไปเอามีดมาควั่นกิ่ง  แต่เมื่อสังเกตดี ๆ  เนื้อไม้ข้างในยังแน่น สวย  จินคิดอะไรอยู่ชั่วครู่  จะทิ้งก็เสียดาย  เขาเอามีดเล่มเดิม  ควั่นเป็นท่อน ๆ  แล้วกองรวมไว้ต่างหาก  


เขาล้างเศษหญ้าตามขาออก แล้วเดินขึ้นห้อง  หอบไม้ที่เก็บมาเทลงบนผ้าพลาสติก เปิดลิ้นชักเอามีดเล่มเล็กมาหนึ่งเล่ม นั่งขัดสมาธิ ค่อย ๆ ลงมือแกะเปลือกไม้ช้า ๆ    แล้วมันก็ออกมาบิด ๆ เบี้ยว ๆ เหมือนประชดกันทั้งที่คนทำตั้งใจ   เนื้อไม้พอจะนิ่ม  ชิ้นต่อไปเลยทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น   พอคล่องมือ ก็แคะ แกะไปเรื่อย  ทั้งที่ยังไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร  ก็แค่นึกอยากขึ้นมา


ผ่านไปร่วมชั่วโมง เศษไม้เริ่มเกลื่อนห้อง


“ทำอะไรน่ะ...”   


เสียงนั้นทักขึ้น  จินหันไปมองแวบหนึ่ง แล้วหันมาทำงานตนตามเดิม เหมือนไม่สนใจ  ทั้งที่คราวนี้  ลงมีดตามสายตา กะระยะไม่ค่อยถูกเสียแล้ว
ร่างบางเดินเข้ามา  แก้วน้ำส้มวางลงข้าง ๆ    นั่งลง  ขัดสมาธิบ้าง  


"เพิ่งได้นอนตอนเช้า  เลยตื่นสายหน่อย"


จินขมวดคิ้วนิด ๆ   สงสัยขึ้นมา  ว่านอนเช้าที่ว่านี่มันกี่โมง  แล้วมัวแต่ทำอะไรอยู่ถึงไม่ได้นอน  เขาเงยหน้าขึ้นมองคาเมะ ที่ตอนนี้จุดสนใจไปรวมอยู่กับไอ้ไม้บุบ ๆ บี้ ๆ ที่เขาพยายามทำออกมาเป็นรูปเป็นร่าง แต่ไม่สำเร็จด้วยดีเท่าไหร่ แล้วคาเมะก็บอก


"สวยนี่"


ร่างบางหยิบขึ้นดู  แม้ว่าเจ้าของห้องจะยังนั่งขูดนู่นขูดนี่ไปเรื่อย  ส่วนที่ทำไว้แล้ว ผิวเนื้อเรียบสนิท กะสเกลสวยงาม  แม้จะดูไม่ออกว่าตัวอะไร  แต่ต่อไปคงดูดีขึ้นกว่านี้...กระมัง


"ไม่เอาเต่านะ"   ร่างที่นั่งกอดเข่าสั่งแจ้ว ๆ   "ฉันชื่อคาเมะ  เวลาใครนึกถึง ก็ชอบนึกถึงเต่า  จนเบื่อเต่าจะแย่แล้ว"  


แล้วเจ้าตัวก็สั่งต่อ  "เอาอะไรก็ได้ ตัวอ้วน ๆ กลม ๆ  หน้าเหมือนนายน่ะ  จะเอาไปแขวนที่ระเบียงห้อง"


จินสะบัดหน้าขวับ......ตัวอ้วน ๆ กลม ๆ ?  หมายความว่าไง?!  


"เดี๋ยว ใครบอกจะทำให้ไม่ทราบ?"


"เปล๊า"   คนพูดทำเสียงสูง   "ก็ไม่ได้บอกว่าใครจะทำให้ แค่บอกว่าอยากได้ ถ้าใจดีก็ทำ  ถ้าใจดำก็ไม่ต้อง"  


เหมือนคาเมะจะลองเชิง หมุนไม้เล่นไปพลาง มองเขาไปพลาง  จินทำไม่รู้ไม่ชี้  ตีหน้านิ่งขึ้น บอกมะนาวไม่มีน้ำ  


"ทำไม่เป็น"


"อะไรกัน"   เสียงงอแง ไม่พอใจ  ฟังแล้วรู้ทันทีว่าคนพูดปัดจินลงตะกร้าคนใจดำไปเรียบร้อย  จินเถียงกลับ


"ก็บอกว่าทำไม่เป็น  คนมันแกะครั้งแรก จะให้แกะนู่นแกะนี่  อยากได้ก็ทำเอง"  


"ทำให้หน่อยน่า"      คราวนี้ล่ะอ้อนมาเชียว  แต่คนฟังไม่ยักหลงกล


"ไม่"    จินจิ๊ปาก เก็บของ ม้วน ๆ แล้วยัดไว้ใต้เตียงเหมือนจะตัดบท  พลางจัดข้าวจัดของใต้เตียงให้เหลือพื้นที่มากขึ้น    


"ยังโกรธอยู่หรือ?"   


คนถามยกน้ำส้มขึ้นดื่มเมื่อเจ้าของห้องทำเมิน ร่างบางเลียริมฝีปากเบา ๆ   จินหันมอง แล้วเบือนหน้าไปทางอื่น


"เวลาป่วย เราก็อุตส่าห์เช็ดตัว ป้อนข้าวป้อนน้ำให้  พอหายแล้วก็มาทำอย่างนี้ใส่  ใจร้ายจัง"    คาเมะพึมพำ  ปรายตามองจิน  พอจินยังไม่พูดอะไร  ก็เกริ่นต่ออีกนิด  "อย่างน้อย ใบ้ว่าโกรธอะไรก็ยังดีนะ"


จินยังเงียบอยู่เหมือนเดิม


"เฮ่อ เสียใจ"     คาเมะบอกเป็นคำสุดท้าย  แล้วคนปากหนักก็พูดออกมาจนได้


"ไม่ได้โกรธ"


"อะไรนะ"


"บอกว่าไม่ได้โกรธอะไรหรอกน่ะ! ตื๊อจริง!"


พอลงอย่างนี้  คาเมะก็ยิ้มออก  "ไปซื้อหัวหอมกัน"  


"หือ?"


"คุณป้าบอกว่าอยากได้หัวหอมมาใส่ซุป แต่ก้นครัวไม่เหลือแล้ว  ไปซื้อกัน"


จินขมวดคิ้ว มองคาเมะประหลาด ๆ    "ทำไมฉันต้องไปกับนายด้วยล่ะ"


"เพราะวันนี้ ฉันอาสาจ่ายตลาดให้นาย  อยากกินอะไรก็ไปเลือกเอง ไม่งั้นไม่ถูกใจก็อย่าว่ากัน"


คาเมะบอกแล้วลุกขึ้น เดินนำออกไป ยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจ แต่เสียงถอนหายใจหน่าย ๆ กับฝีเท้าที่เดินตามมาก็ทำให้ลอบยิ้ม


....................................................................................................................
..........................................................................................................................


สองข้างถนนทอดยาวเป็นร้านรวงที่กำลังคึกคัก ยิ่งลดราคามากลูกค้ายิ่งเยอะ  ผู้ชายสองคนเดินเอื่อย ๆ มาด้วยกัน  คนหนึ่งเดินหยุดตรงนี้ที ตรงนี้ที  อีกคนหนึ่งรับหน้าที่เดิมตาม แล้วส่ายหน้าหรือพยักหน้าออกความเห็นเท่านั้น  กระทั่งมาเจอร้านขายผักที่คาเมะลงความเห็นว่าสดที่สุด สวยที่สุด  ก็หยุดยืนอีกรอบ  จินกอดอกดูคาเมะเลือกหัวหอมกับผักอีกสองสามอย่างแบบยกหน้าที่ให้ทั้งหมด  เขาตามมาเดินเล่นก็เท่านั้นหรอกน่ะ


จินอดขำไม่ได้  เมื่อคาเมะดันต่อราคาเก่งเสียจนลุงเจ้าของร้านยอมแพ้ ถึงจะไม่ลดให้ก็ใจอ่อนแถมนู่นแถมนี่ให้จนคนซื้อได้กำไรอยู่ดี  แต่ไม่รู้แถมให้เพราะคาเมะจ้อเก่งหรือเพราะเห็นว่าน่ารักกันแน่


เพราะคนเยอะ คิวคิดเงินถึงช้า เขายังยืนอยู่ตรงนั้น กระทั่งได้ยินเสียงใครคนหนึ่งทักขึ้น


"อาคานิชิ...."


เขาหันไป  ในทีแรกยังจับทิศไม่ถูก กระทั่งคนทักเดินเข้ามาประชิดตัว จินถึงได้เห็นว่าเป็นอาจารย์จอมเฮี้ยบที่ใครต่อใครกล่าวขานกัน แต่เขากลับลงความเห็นว่าเรียวก็แค่คนใจดีคนหนึ่งที่บังเอิญหน้าดุเท่านั้น  


"สวัสดีครับอาจารย์"


"ซื้ออะไรน่ะ"   เรียวถาม จินพยักเพยิดไปทางคาเมะ   "มาเป็นเพื่อนเขา"


แล้วคนพูดก็ชักจะขำตัวเองบ้าง  เดี๋ยวนี้เลื่อนขั้นหมอนี่เป็น 'เพื่อน' เอาเองเสียแล้ว  ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวอยากเป็นอะไรกับเขากันแน่
เรียวมองตามสายตาของจินไป  ในทีแรกเขาไม่แน่ใจ แต่เมื่อเห็นชัด ว่าคนที่ลูกศิษย์ตนพูดถึง คือร่างเปรียวที่ยืนอยู่ในระยะสายตา ใบหน้าด้านข้างอันแสนคุ้นตานั้น ก็ทำให้เรียวพึมพำ ทั้งที่ยังมองตาไม่กะพริบ  


"อ้อ..."


ร่างนั้นยังไม่มีท่าทีจะหันมามองเขาสักนิด ก็พอดีกับจินถามเขาบ้าง เรียกความสนใจของเรียวกลับไปยังคู่สนทนา


"อาจารย์ล่ะ? มาซื้อของหรือครับ"


เรียวแกล้งถอนหายใจดัง ๆ    "มาเดินเล่น  ช่วงนี้คนคึกคักดี เผื่อจะได้เจอคนรู้จัก"   เขากดเสียงต่ำลง เมื่อร่างนั้นหันมามองสมใจเขา  "...ที่ไม่ได้เจอกันนาน"


คาเมะมองเฉย  แล้วก็หันกลับไปทางเดิมอย่างไม่คิดจะเข้าร่วมวงด้วย  


"หรือบางทีเจอกันก็ทำเป็นลืมเสียอีก"  


คนคุยด้วยชักจะรู้สึกแปลก ๆ เมื่อเรียวเอาแต่จ้องอีกคนที่ยืนมองนกมองไม้อยู่ไม่ไกล  เขาขมวดคิ้ว แต่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น  น้ำเสียงแปลกใจ  


"ทำไมจะทำเป็นไม่รู้จักล่ะครับ ถ้ารู้จักกันมาก่อน"


เรียวยิ้ม  "ก็ไม่อยากรู้จักกันล่ะมั้ง"  


คาเมะยังเฉย  สงครามเย็นที่พยายามก่ออยู่ฝ่ายเดียวแต่ไม่สำเร็จเพราะอีกฝ่ายไม่เล่นด้วยก็สิ้นสุดลงเมื่อเรียวเดินเข้าไปใกล้จนไหล่กระทบกัน และเป็นอย่างที่จินเข้าใจ เมื่อเรียวพูดตรง ๆ  


"จะทำตัวเป็นคนแปลกหน้ากันจริง ๆ หรือคาซึยะ"  


จินชะงัก ผิดคาดไปนิดกับคำว่า....คาซึยะ.......


บอกได้ชัด เรียวคุ้นเคยกับคาเมะมากกว่าที่จินคิดเสียอีก  เขาไม่แน่ใจว่าคาเมะเป็นคนถือตัวขนาดไหน แต่ถ้าขนาดเรียกชื่อด้วยน้ำเสียงประชดประชันแบบนั้นแล้วเจ้าตัวยังเฉยอยู่ได้ มันก็ต้องมีสาเหตุ.........แล้วคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจทันทีว่าเรียวเป็นอะไรกับคาเมะ  เขาจึงตัดสินใจยืนฟังเงียบ ๆ


คาเมะยังมองเรียว บอกหน้าตาเฉยเหมือนเดิม  "ใคร ไม่รู้จัก"


"ไม่ขำ"  เรียวแยกเขี้ยว คาเมะกระตุกยิ้ม ยักไหล่ ก่อนเรียวจะหันมาทางจิน   "ขอเวลาสักครู่"


แล้วร่างผอมเพรียวก็แทบจะปลิวตามคนฉุดกระชาก ชนิดที่จินยังมองตามตาค้าง มือแข็งแรงนั่นบีบต้นแขนลากไปอย่างไม่ปราณีปราศรัย ผิวเนื้อคงขึ้นรอยแดงเถือก คนมองยังเจ็บแทน แล้วเจ้าของแขนจะเจ็บแค่ไหน ทำไมถึงไม่ขัดขืนอะไรสักนิด คำถามวนเวียนในหัวพาให้จินร้อนใจ เขาเดินตามไป แต่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็หยุด  เขาอยากรู้  แต่เขาไม่ควรแอบฟัง และ...มันเป็นเรื่องที่เขาสมควรรู้หรือเปล่า?  


ถ้าอาจารย์เขารู้จักคาเมะมาก่อน รู้จักได้ยังไง ในแง่ไหน แล้วมีเรื่องอะไรกัน?




ในตรอกระหว่างตึกที่ไม่มีคน แสงอาทิตย์โพล้เพล้ทำให้บรรยากาศดูสลัวจนน่ากลัว  ร่างที่ถูกบังคับพามาถูกเหวี่ยงเข้าไป คาเมะเซไปนิด แต่ก็แค่ปัดไม้ปัดมือ ไม่ต่อว่าอะไรสักคำ


"ไง ไอ้ตัวดี"


"ก็ยังไม่ตาย"  


"เออ ฉันเห็นแล้ว"  เรียวบอก ชักจะหงุดหงิด  ".....คิดจะกลับบ้านบ้างมั้ย?"


"กลับทำไม"   ถามกลับ เหมือนเป็นเรื่องแปลกนักหนา หรือเป็นเรื่องสุดท้ายที่จะคิดถึง แถมเสียงมันยังเรียบเรื่อยจนเรียวอยากจับมาเขย่าคอสักร้อยหน


เค้าโครงหน้าไม่เปลี่ยนไปมากนักจากที่เจอกันครั้งล่าสุด และครั้งนี้เขายิ่งแน่ใจว่าภาพชายหนุ่มผอมสูงตรงหน้า บุคลิกต่างจากคนที่เขาเคยคุ้น และไม่สามารถซ้อนทับกับเด็กตัวเล็กที่วิ่งตามเขา เรียกชื่อเขาด้วยเสียงเจื้อยแจ้วอีกต่อไป  ข้างนอกมันยังเปลี่ยนไปขนาดนี้  แล้วข้างในที่เขามองไม่เห็นด้วยตาจะเปลี่ยนไปขนาดไหน เขาไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ


"แล้วทำไมจะไม่กลับ?"  ถามต่อเสียงห้วน


"ทำงาน หาเงินใช้"  


ร่างนั้นตอบ จุดบุหรี่สูบ กอดอก ผุยควันเบา ๆ  ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบ!


เรียวข่มอารมณ์ตนให้เย็นลง เตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้วไม่ใช่หรือ หากเจอกันอีกครั้ง ไอ้เด็กนี่คงทำทุกวิถีทางให้เขาโมโหจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วมันจะได้หัวเราะทีหลัง เขาจะปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้


....คาซึยะ....คาเมนาชิ คาซึยะ.......ลูกติดพ่อเขา...เด็กที่แม่เขาเกลียดนักหนา  และเพราะความสงสารทำให้เขาปราณีมันจนถึงทุกวันนี้    หากมันไม่หนีออกจากบ้านมาเสียก่อน........ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมันคงดีกว่านี้แน่


ทุกวันนี้  เมื่อนึกถึงคาเมะ  เรียวต้องอึดอัดใจเจียนจะคลั่ง  บางครั้งเขาอยากจะลืมมันซะ ลืมไปว่ามีน้องชายต่างแม่คนนี้  ลืมไปว่ารู้จักคนใช้นามสกุลคาเมนาชิ......เด็กผู้ชายคนนึงที่ชื่อคาซึยะ....


สมัยเด็กเรียวมีเพื่อนไม่มากนัก  แม่ค่อนข้างเข้มงวดกับเขา  เวลานั้นที่คาซึยะเข้ามา  เรียวก็ได้เพื่อนคนหนึ่งมา เป็นทั้งเพื่อนทั้งน้อง......เขาจึงรักมันยิ่งกว่าน้องในไส้
แต่ตอนนี้ .............คนตรงหน้า   มองยังไง.........ก็แค่.......คนแปลกหน้า...........


"งานพรรค์นั้นน่ะหรือ?"   เรียวถอนหายใจ     "ฉันรู้จักผู้ใหญ่หลายคน ให้ฉันฝากงานให้เอามั้ย?"


คราวนี้คาเมะมองเรียวอย่างไม่เชื่อสายตา


"ไม่อยากได้บุญคุณ  พอสักทีเถอะ จะเสแสร้งไปถึงไหน"


ทำไมไม่คิดบ้าง ว่าเขาหวังดีกับมัน!


"ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว........อะไรดีสำหรับฉัน ฉันติดสินใจเอง"  


เรียวส่ายหน้า เอ่ยหยันอย่างห้ามไม่อยู่     "ตัดสินว่างานขายตัวที่แกทำอยู่ มันสำคัญกว่าพ่อแกน่ะหรือ"


"บอกกี่ครั้งแล้วว่านั่นมันบริการเสริม"  คาเมะบอกยิ้ม ๆ  แต่เรียวไม่ขำ  "ตกลงไม่กลับใช่มั้ย!"   เรียวเม้มปาก ลดระดับเสียงลงอีกครั้ง  "พ่อคิดถึงแกมาก..."  


แต่คาเมะกลับหัวเราะ ราวกับสิ่งที่เรียวพูดเป็นเรื่องตลกที่สุดในโลกแล้วเสียงเลือดเย็นก็กล่าวผ่ากลางประโยคอย่างไม่ไยดี  


"ไว้ให้มันใกล้ตายก่อนจะเจียดเวลาไปดูใจ"  


ฝ่ามือกระทบหน้าฉาดใหญ่  


"พูดอะไรระวังปากบ้าง!!"


ใบหน้าสวยนั้นหันไปตามแรงตบ มุมปากขึ้นรอยช้ำ และเมื่อคาเมะหันมาสบตา ก็เห็นชัดว่าเรียวตกใจที่ตนพลั้งมือ แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า
คาเมะขมวดคิ้ว เป็นเชิงถาม


"ทำไมจะพูดไม่ได้  นายกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ อย่ามาจุ้นไม่เข้าเรื่อง”  คาเมะปล่อยบุหรี่ลงพื้นแล้วขยี้ปลายเท้าจนดับสนิท   “กลับไปถามผู้ชายคนนั้นก่อนดีกว่าว่ามีลูกกี่คน  ไอ้คนที่นายพูดด้วยอยู่ตรงนี้  มันเคยเห็นหัวบ้างหรือเปล่า หรือเก็บมาเพราะทุกคนโยนให้ เอามาแล้วก็ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ให้คนอื่นเขารองมือ ถือว่ารับมาแล้ว จะไปตายที่ไหนก็ช่างหัวมัน"  


เสียงที่บอกกลับมาเรียบสนิทแต่แฝงความรู้สึกหลากหลาย หากแววตากระด้างนั่นบอกความรู้สึกเดียว คือกำลังเตือนเขาว่าอย่าได้เข้าไปยุ่มย่ามในชีวิตมันอีก
เรียวมองคาเมะอย่างไม่รู้จะพูดอะไร.......น้อยครั้ง  ที่คาเมะจะพูดถึงเรื่องนี้กับเขาตรง ๆ   หากไม่เบี่ยงประเด็นไปเสียก่อน ก็จะพาเขาโมโหจนคุยกันไม่รู้เรื่องทุกที.....รวมถึงวันนี้เหมือนกัน


เขากัดริมฝีปาก เบือนหน้าไปทางอื่น  


"เราคงได้เจอกันอีก"


เรียวบอก ก่อนเดินจากไป โดยไม่พูดอะไรต่อแม้สักคำ  



...................................................................................................
...........................................................................................................



คนออกมาจากตรอกนั่น มีคนเดียว


ใบหน้านั้นเคร่งเครียด คิ้วขมวดมุ่นเหมือนที่เขาเคยเห็นบนดาดฟ้า และเมื่อเรียวเห็นเขา ก็ชะงักไปนิด แปลกใจที่เขามายืนรอตรงนี้  เรียวมองตาเขา คล้ายจะถามอะไรบางอย่าง แต่ไม่ได้ถาม สุดท้ายก็เพียงกล่าวเรียบ ๆ


"เจอกันที่โรงเรียน.........อาคานิชิ"  


จินมองเรียวที่เดินผ่านไป อย่างคาใจ  และให้สิ้นความสงสัย เขาสาวเท้าเร็ว ๆ ไปยังทางที่เรียวเดินมา  ในซอยแคบ ๆ นั่น  ร่างที่เมื่อไม่นานยังยิ้มออก ล้อเขาได้  ตอนนี้เปลี่ยนไปเหมือนคนละคน  กายบางยืนกอดอกพิงผนังนิ่ง  ดวงตาทอดเหม่อมองพื้น และท่าจะไม่รู้สึกตัว


"คาเมะ"   เขาเรียกชื่อออกไป เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก เขาค่อยเดินเข้าไปหา ลอบถอนใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังปกติดีอยู่  


"เป็นอะไร?"  


จินถาม  คาเมะถึงได้รู้ ว่ามือของตัวเองเย็นเฉียบ...
ดวงหน้าที่ยังถือดีอยู่เมื่อชั่วอึดใจที่ผ่านมา ขณะนี้ซีดลงโดยไม่ตั้งใจ การพบเรียว  ขุดเอาตะกอนนอนก้นให้ขุ่นคลั่กขึ้นอีกครั้ง คาเมะอารมณ์ไม่ค่อยคงที่เสียแล้ว เขาหายใจแรง  ดันกายจินออกแล้วเดินผ่านเหมือนจะกลับไปเฉย ๆ


แต่ครั้งนี้  จินกลับคว้าแขนคาเมะเอาไว้  ร่างนั้นหันมามองมือที่จับมือเขาไว้แน่น แล้วขมวดคิ้ว  จินยังถามซ้ำ


"คาเมะ นายเป็นอะไร  อาจารย์พูดอะไรกับนาย"


"เรื่องของฉัน"  คาเมะตอบเสียงเรียบ  พยายามดึงมือให้หลุดจากพันธนาการ แต่จินไม่ปล่อยง่าย ๆ   


"ฉันไม่เคยเห็นนายเป็นแบบนี้!"


ใบหน้านั้นเป็นกังวลโดยไม่รู้ตัว  คาเมะเห็นอย่างนั้นก็อึ้งไป ก่อนจะบิดรอยยิ้มอย่างขบขัน


"อาคานิชิ  จิน......นายยังไม่เคยรู้จักฉันด้วยซ้ำ"


ดวงตาคาเมะที่มองเขากระด้างอย่างคนไม่คิดจะปั้นอารมณ์ใดอีกต่อไป  นั่นทำให้จินเริ่มรู้  เริ่มแน่ใจ  ว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอด เป็นเรื่องจริง!


"ฉันจะไปรู้จักนายได้ยังไง ก็นายไม่เคยให้ฉันรู้จัก"  จินกล่าว  "แล้วนายเคยรู้จักตัวเองหรือเปล่า หรือดีแต่ทำตัวตามที่คนอื่นเขาอยากให้เป็น  ตัวนายเวลาอยู่กับฉัน คงไม่ใช่ตัวนายหรอก เพราะเวลาอยู่กับยูยะ นายก็ทำอีกอย่าง เวลาอยู่กับคนอื่น นายก็ทำอีกอย่าง ใช่มั้ย?!"


สิ้นคำ เหมือนคนฟังจะตัวแข็งไปชั่วขณะ  คนพูดจึงรู้ตัว ลดเสียงให้อ่อนลง  


"ฉันไม่ใช่ลูกค้าของนาย.....อย่าทำแบบนั้นกับฉันอีก ฉันไม่ชอบ"  


คาเมะขมวดคิ้วอีกครั้ง  กระชากแขนออก แต่ไม่หลุด


"ถอยไป"   


"ไม่พอใจที่ฉันรู้ทันหรือไง?  ฉันคุยกับยูยะฉันก็รู้แล้ว ฉันเทียบตัวนายตอนนี้กับตัวนายในวันแรกที่ฉันเจอ ฉันก็รู้แล้ว"  


"บอกให้ถอยไป!!"   


คาเมะกัดฟัน คราวนี้ชักจะโกรธขึ้นมาจริง ๆ   จินยังไม่ยอม


"บอกฉันก่อนว่านายเป็นอะไร"


คาเมะหรี่ตาลง ยิ้ม แต่แววตาไม่ได้ยิ้มด้วย  "จำเป็นต้องรู้หรือ?"


เขาหัวเราะน้อย ๆ  แต่เสียงหัวเราะนั้นช่างเสียดหูคนฟัง  "อาคานิชิ  แค่ฉันเข้าไปในชีวิตนายแป๊บเดียว นายคิดว่าฉันคิดอะไรด้วยแล้วหรือ คิดว่านายเข้ามามีส่วนในชีวิตฉันได้แล้วหรือ"


คาเมะยิ้มร้าย ดวงตาวาววับ


"สงสัยไม่ใช่หรือไงว่าฉันยุ่งวุ่นวายกับนายทำไมนัก  ฉันถูกใจสีหน้าของนายไง จำวันแรกที่เราเจอกันได้มั้ย?  ตอนนั้นนายยังรับตัวเองไม่ได้แท้ ๆ ที่..อยาก..กับผู้ชายด้วยกัน ตอนนี้คิดจะตื๊อฉันบ้างแล้วหรือ ใจง่ายดีนะ"    


"ให้ฉันเดาแล้วกัน...”  แววตาระยับอย่างสนุกขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อแรงบีบที่ข้อมือเพิ่มมากขึ้น  "ปากนายบอกว่าเกลียด แต่เวลาฉันอยู่ใกล้ ๆ นาย   มันก็ชวนนึกถึงวันนั้นใช่มั้ย?  ตัวนายเรียกร้องหาฉัน แล้วคงเคยคิดสกปรกเลยเถิดไปกว่านั้นด้วยล่ะสิ!"  คาเมะหัวเราะ กลับเป็นคาเมะคนที่เขารู้จักแต่แรก  เจ้าคนที่เขาเคยคิดว่าน่ารังเกียจ และควรเป็นคนสุดท้ายที่เขาจะใกล้ชิดด้วย  “แถมดีด้วยเข้าหน่อยก็ใจอ่อน  นายมันเชื่องกว่าที่ฉันคิดเสียอีก!”   


เขาขบฟัน แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดมากกว่านั้น นอกจากมองคาเมะไม่วางตา สายตานิ่งขึ้นกว่าเดิม  


"งั้นให้ฉันเดาบ้าง"


เขาดึงคาเมะเข้ามาใกล้  และเพราะแรงที่มากกว่าในยามปกติ ตัวคาเมะก็เซเข้ามาหาอย่างง่ายดาย  


"นายเป็นพวกอยากได้อะไรแล้วต้องได้ ไม่ว่าวิธีไหน ไม่ว่าต้องเล่นละครตบตาใครสักกี่ฉาก นายก็ทำได้"


จินขมวดคิ้วนิด ๆ  


"เป็นพวกคิดถึงแต่ตัวเอง แถมยังภูมิใจที่ตัวเองมีอิทธิพลต่อคนอื่นสำเร็จ  แต่ก่อนนายคงเป็นเด็กมีปัญหา ถึงได้ชอบเรียกร้องความสนใจนัก!"  จินยังพูดต่อ  "ส่วนอาจารย์ คงเกี่ยวข้องกับนายทางใดทางหนึ่ง และเขาคงไปพูดอะไรจี้ใจดำนายเข้า นายถึงได้ปรอทแตกจนลืมตัว"   


"หุบปาก"  คาเมะดวงตาลุกโชน   แม้จะรู้ว่าทำอย่างนี้ อีกฝ่ายยิ่งได้ใจที่เห็นเขาเสียท่า แต่คาเมะไม่อารมณ์เย็นพอจะก่อสงครามประสาทกับใครทั้งสิ้น


"ทนฟังไม่ได้?"    จินบอกปนสะใจ  แต่เมื่อเห็นคาเมะมองเขาอย่างโกรธจัด  เขาก็ชะงัก  มือที่จับคาเมะไว้ค่อย ๆ คลายลง ครั้นคาเมะผลักเขาออกแล้วหุนหันจะไปอีกครั้ง  เขาก็คว้าร่างเบานั่นเข้ามาแล้วผลักเข้ากับกำแพง กอดขังไว้แล้วเหมือนจะทำอะไรสักอย่าง คาเมะไม่ทันดิ้นด้วยซ้ำ เมื่อเขาหยุดอยู่แค่ปลายจมูกเพราะเห็นหน้าเผือดสีและดวงตาเบิกกว้างที่มองเขาอย่างคาดไม่ถึง..…เขาหายใจสะดุดเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างในกรงแขนเขาตอนนี้ เนื้อตัวกำลังสั่นน้อย ๆ...


"ยูยะเคยเล่าให้ฉันฟังว่านายไม่รับแขกผู้ชาย ไม่ว่าค่าตัวจะสูงจนหลายคนตาวาว"   เสียงเบาจนเหมือนกระซิบ   แววตาที่มองจินมีทั้งระแวงและชิงชังไปพร้อม ๆ กัน   จินกัดริมฝีปากเบา ๆ  เขาเข้าใจแล้ว........คาเมะไม่ได้อ่านยากอย่างที่คิดเลย  หมอนี่จะพอใจถ้ารับมือคนอื่นได้  แต่พอถูกรุกเข้า ทุกอย่างไม่อยู่ในการควบคุมอีกต่อไป ก็เสียขวัญเอาง่าย ๆ   ความคิดนั้นทำให้เขาถอนหายใจ เกลี่ยเส้นผมนุ่มออก  แววตาอ่อนแสงลง   "ฉันเดาว่ามีอะไรสักอย่าง ทำให้นายเกลียด หรือไม่ก็กลัวผู้ชายด้วยกัน"  


คาเมะตวัดสายตามอง ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นกว่าทุกครั้ง แล้วสะบัดมือลงบนแก้มจนจินหน้าหัน ครั้นจินผงะถอย ร่างนั้นก็ก้าวตามมา เงื้อหมัดชกเข้าให้ที่หน้าอีกทีจนจินล้มไปกอง  ดีที่ยันผนังตึกอีกฝั่งเอาไว้ทัน ไม่งั้นอาจได้มีรายการเลือดอาบหัว  คาเมะยังกำมือแน่น  และพร้อมจะซ้ำถ้าจินทำอะไรห่าม ๆ อีกสักครั้ง


จินซี้ดปาก ปลายนิ้วที่แตะลงมีเลือดติดมาด้วย.......สงสัยเขาจะเดาผิดไปสักข้อสองข้อ  
มือหนักชะมัด!


“ต่อยตีเป็นงานอดิเรกด้วยหรือไง"   ขนาดโดนเอาเข้าแล้ว ก็ยังไม่ยอมหยุดพูด เขาครางโอยเบา ๆ  แต่เรียกความเห็นใจไม่ได้สักนิด


"อีกก็ได้นะ.."  คาเมะบอกอย่างต้อนรับ   "ถ้าอยากรู้จักฉัน อย่างแรกคือ ฉันมันพวกชอบใช้กำลัง!"


ร่างบางส่งสายตาอาฆาตให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินฉับ ๆ ไปโดยไม่เหลียวหลังกลับมาอีก
จินมองตามแล้วหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่ยังเจ็บปาก........เขาถอนหายใจ........ไม่น่าปากดีเล๊ย....


จะขุดตัวตนหมอนั่นขึ้นมาทำไมไม่รู้ ที่เป็นอย่างทุกวันนี้ก็น่ารักดีอยู่แล้วเชียว
แต่อย่างน้อย เขาก็เลาะกำแพงที่คาเมะขยันโบกสำเร็จไปแล้วหนึ่งชั้น


ไม่ใช่ว่าบทจะมาก็มา บทจะไปก็ไปแล้ว  คราวนี้คาเมะเอาตัวเองหายไปจากชีวิตเขาจริง ๆ กระมัง
โทษฐานพูดจาไม่เข้าหู!



tbc.



Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮ่ะๆ

จินเริ่มเสียดายคาเมะ

ปกติคาเเร็กเตอร์แบบนี้จะได้เห็นแต่ในแบบของจิน


พอมาอยุ่ในคาเมะแล้วแบบว่า ให้ความรุ้สึกคนเลยฟิวเลยทีเดียว



เหมือนเห็นคาเมะอีกแบบที่ไม่ค่อยใจได้เห็นในทางนี้นัก



สรุปก็! น่าร๊ากกกกกกกก

#1 By ParadicE-Me~* (222.123.199.88) on 2008-12-09 22:26

จินวอนตีนเข้าแล้ว. 5555555555555
: DD


ปกติน้องก้น่ารัก แล้วนี่ดันไปซ้ำเติมแผลเก่า
โดนไปเลย ปากดีนักไงอ้วนจิน
จากน่ารักๆกลายเป็นโหดเหี้ยมทีเดียว
ง้อด่วนๆค่ะอคานิชิ! =]]

#2 By BUTAjiZ * ท้องฟ้า (125.24.68.248) on 2008-12-25 17:14