PASSION CH.9

posted on 05 Jul 2008 22:30 by ficblog  in long-fic



คาเมะเดินเข้ามาในห้องด้วยอาการหงุดหงิดคั่งค้างจากการปะทะอารมณ์กับคนที่ไม่ได้เจอกันเสียนาน แต่นั่นยังไม่เท่ากับการที่ลูกแมวแสนเชื่องตัวหนึ่งซึ่งเคยคิดว่าตะล่อมเสียจนอยู่มือ กางเขี้ยวเล็บตะปบเขาเสียแทบไม่มีดี  


ก็ช่างหมอนั่น....เขาไม่แคร์อะไรนัก 
ให้รู้ไปว่าลงอย่างนี้แล้วคงเลี้ยงไม่ได้  อยู่กันไม่รอด


จะอยู่กับเขาได้นาน อย่าได้ลองดี  หรือยุ่มย่ามวุ่นวายเกินกว่าที่เขาต้องการ!


คาเมะผ่อนลมหายใจ เปิดไฟในห้องน้ำ ล้างมือใช้สบู่ทั้งที่มือไม่ได้สกปรก เพียงแต่เขารู้สึกว่า....มีสิ่งที่เขาต้องการล้างลบออกไปให้หมด แม้จะล้างออกไม่ได้ก็ตามที
เขาสบตาตนเองในกระจก รูปหน้าที่สะท้อนกลับมาทำให้คาเมะหัวเราะเบา ๆ


มีบางอย่างที่ไม่เคยมีใครรู้
คาเมะเกลียดใบหน้าของตัวเอง....


...........................................................................................................



เคยมีคนบอกกับคาเมะว่า  หากคาเมะไม่ใช่คนโชคดี  ก็คงโชคร้ายที่สุด ที่เกิดมามีรูปร่างหน้าตาแบบนี้  แต่อย่ากล่าวโทษใคร  เพราะต่อไป มันเป็นประโยชน์กับคาเมะได้แน่......


เมื่อคาเมะเติบโตขึ้น  เขาเริ่มเรียนรู้วิธีใช้รูปสมบัติตน..........ในเมื่อความสมบูรณ์แบบย่อมกระตุ้นกิเลส ยั่วยุสัญชาตญาณมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย คาเมะจึงเป็นที่ต้องการของใคร ๆ  ท้าทายต่อการครอบครอง  ใครเห็นก็นึกรัก  ยามพูดจาทุกคนก็นิ่งฟัง เพียงแย้มยิ้ม คนมองก็ติดบ่วงเสน่ห์ง่ายดาย  หากมีน้ำตา  ต่อให้ใครก็ใจอ่อนยวบ  พร้อมจะทำทุกอย่างให้หยุดร่ำไห้  


คาเมะควรเป็นที่รักของใคร ๆ ไม่ใช่หรือ?



ครั้งหนึ่ง คาเมะเองก็เคยหวังแบบนั้น


แต่เมื่อเขาค้นพบว่าทุกอย่างที่ได้มามันจอมปลอม  ไม่มีอะไรอยู่ยั่งยืน  คาเมะก็เลิกหวัง  และเหมารวมทั้งหมดว่าเป็นภาพลวงตา  เขามองความรักที่คนอื่นมอบให้ด้วยสายตาเยาะหยันและเย็นชา   คาเมะไม่เข้าใจว่าคน ๆ หนึ่งจะอุทิศทั้งหัวใจให้อีกคนได้อย่างไร  เป็นไปได้หรือ   ทุกความรัก มีความเห็นแก่ตัวแฝงมาด้วยทั้งนั้น  และบางครั้งความเห็นแก่ตัวนั้นยังน่าชิงชังจนเขาขยะแขยง


ในเมื่อทุกคนที่เข้าหาเขา ล้วนต้องการผลประโยชน์จากเขา  เมื่อทุกคนหลงใหลเขา จึงมอบสิ่งต่าง ๆ ให้  ความรักคือเงื่อนไขการแลกเปลี่ยน  ความสุขทางกายทางใจสามารถคงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว ไม่มีประโยชน์อะไร ทุกคนแยกย้ายกันไปมีคนรักแท้จริง  มีครอบครัว  มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ  เมื่อทุกข์ใจเท่านั้นจึงจะแวะเวียนมาหาคาเมะ  


แล้วเรื่องอะไร เขาจะปล่อยให้โอกาสนี้ไป  ยากตรงไหน  แค่ทำตัวตามที่ใครคนนั้นอยากให้เป็น  อยากได้อะไรเขาก็จะได้  ในเมื่อรู้วิธีแล้วทำไมเขาต้องปล่อยให้สิ่งที่ตนต้องการหลุดลอย  ทุกอย่าง ไม่ว่า..สิ่งของ...หรือ...คน...


แต่ถ้าเขาเบื่อเสียแล้ว  ไม่อยากได้แล้ว  จะโยนทิ้งไป  ก็ไม่มีอะไรเสียหายไม่ใช่หรือ?
คาเมะตีราคาความรักไว้เช่นนั้น


เหมือนกับคนไม่เคยมี  เมื่อรู้จักหนทางให้ได้มาแล้ว ก็ไม่สามารถหยุดตัวเองได้  ต้องไขว่คว้าจนกว่าสิ่งนั้นจะตกอยู่ในกำมือ  แต่เมื่อได้มาแล้วไม่เห็นค่า ก็เกิดความเบื่อหน่าย อยากได้ใหม่ ต้องการใหม่ ไม่สิ้นสุด


คนอื่น ตกอยู่ในวังวนของคาเมะ
หรืออาจเป็นคาเมะ ที่ตกอยู่ในวังวนของตัวเอง



......................................................................................................................



หายไปจริง ๆ เสียด้วย  อย่างที่คิด
จะมาบ้าง หายบ้าง  ก็เรื่องปกติ  แต่นี่หายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตนในชีวิตเขามาก่อน  คงโกรธเอาเรื่องน่าดู  คิดย้อนกลับไปแล้ว ตอนนั้นดวงตาคู่งามวาววับ ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมกระโจนใส่ศัตรู  อาจเป็นเพราะเชื้อเพลิงที่สุมได้ที่มาก่อนหน้า ครั้นเขาจุดไฟเข้าถึงได้ลุกโหมฮือขนาดนั้น  เรื่องที่ซุกซ่อนอยู่ในใจคาเมะยังมี  จินอยากรู้  แต่จะรู้ได้ด้วยวิธีไหนกัน....  


เขาเปิดมือถือ ไล่รายชื่อที่อยู่ในสมุดโทรศัพท์ จนมาหยุดอยู่ที่ชื่อ ๆ หนึ่ง  กับเบอร์ที่เขาไม่ได้เป็นคนเมมเอง  จินชะงักนิ้วมือไว้แค่นั้น สายตาจับจ้องหน้าจออย่างชั่งใจ


ใบหน้าและสายตาปริศนานั่นเข้ามากวนใจทุกครั้งที่เขาเผลอ  ตลอดมาเขาแทบไม่เคยพูดดีกับคาเมะ เพราะต้องการตอกย้ำตัวเองไม่ให้หลงไปกับคารมจอมปลอมนั่น และเขาก็อยากเห็นคาเมะโกรธหรือมีปฏิกริยาอื่นนอกจากความเฉยชาหรือร่าเริงเกินควรจนเขาไม่แน่ใจว่าเป็นของจริงแบบนั้นบ้าง คาเมะเข้ามาในชีวิตเขา ทำให้ชีวิตสงบสุขเขาเปลี่ยนไป  หลายครั้งที่จินอยากกำจัดคาเมะไปให้พ้น แต่พอเจ้าตัวยิ้มทีไร เขาก็แพ้ทางจนเอาจริงไม่ลงทุกที จินเคยโกรธเคืองที่คาเมะเป็นต้นเหตุให้ต้องเลิกกับแฟน แต่สิ่งหนึ่งที่จินค้นพบในวันนั้นคือเขาไม่ได้เสียใจเท่าที่ควร บางทีคงเป็นเพราะความเรียบร้อยสดใสของแฟนเขาถูกทำลายลงพร้อมกับจินเพิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้รู้จักคนรักตนดีเลย เขาเองนั่นแหละเป็นคนที่ใช้ไม่ได้  และถ้ามองในแง่ดี คาเมะเป็นคนทำให้เขารู้ว่าถูกแฟนนอกใจ


น่าแปลกและน่าโมโหไม่แพ้กัน  ตั้งแต่คาเมะหายหัวไป  แทนที่เขาจะสบายใจ เขากลับคาดหวังทุกครั้งที่กลับบ้านว่าจะมีใครนอนรออยู่ในห้อง หรือไม่ก็หวังว่าจะมีเสียงหัวเราะใส ๆ ออกมาจากห้องครัว  


เขามักสงสัยว่าคาเมะคิดยังไงกับเขากันแน่  แต่ไม่เคยสนใจเลยว่าจริง ๆ แล้วตนคิดยังไงกับคาเมะ..... จนเมื่อตอนที่ได้เห็นสีหน้าอื่น อารมณ์อื่น ต่างจากที่เคย  แล้วฉุดความอยากรู้อยากเห็นของเขาให้มากขึ้นเป็นเท่าตัวนั่นเอง...


นิ้วโป้งกดปุ่มโทรออก  แต่กลายเป็นเสียงสัญญาณฝากข้อความ


จินเม้มปาก.......ช่างสิ   อย่าสนใจ  แต่สายตากลับชำเลืองไปทางยูยะที่กำลังเก็บของลงกระเป๋า  เขาไม่เคยแน่ใจว่าคาเมะกับยูยะมีความสัมพันธ์อย่างไรกัน  คู่นอนย่อมไม่ใช่  เขามั่นใจว่าคาเมะไม่ได้ทำอะไรยูยะ และยูยะเองก็ไม่ได้คิดกับคาเมะแบบนั้น  แต่สองคนนี้  เหมือนจะเป็นอะไรที่มากกว่าโฮสต์กับลูกค้า...


เขาเห็นยูยะพิมพ์เมล์กับใครสักคนบ่อย ๆ บางทีก็หัวเราะคิกคัก บางทีก็นั่งกลั้นยิ้ม มันชักจะยังไงอยู่  
ยิ่งเขาเห็นว่าชื่อผู้ส่งคือใคร เขาก็ยิ่งหงุดหงิดใจ แต่อย่างน้อย เขาก็ได้รู้ว่าคาเมะยังไม่ตาย แค่หายไปจากชีวิตเขา....เหมือนที่เขาต้องการ


เหมือนที่เขาต้องการ?


รู้ตัวอีกที  เขาก็เดินลิ่วมาถึงโต๊ะยูยะเสียแล้ว  


"ฉันจะเจอคาเมะได้ยังไง"    จินกล่าวเรียบ ๆ  ยูยะชะงัก  ก่อนช้อนสายตาขึ้นมอง    "ถามทำไม"


"มีธุระกับหมอนั่น"


ท่าทางลับลมคมในทำให้ยูยะเลิกคิ้วขึ้น


"ไม่บอก"   น้ำเสียงเกือบไร้เยื่อใย ติดจะสะบัด เมื่อจินพูดถึงคาเมะ  "เห็นชอบว่าคาเมะนักหนา  อยู่ ๆ ก็ถามหาแบบนี้ ไม่แปลกไปหน่อยหรือ  ไหนว่าไม่รู้จักกัน  แล้วถามจริงเถอะ  คาเมะทำอะไรให้นายเกลียดหรือไง!"


จินไม่ตอบอะไร เพียงยิ้มชั่วร้าย  ถามกลับเสียงเย็น


"ที่บ้านนายยังไม่รู้สินะ ว่านายเที่ยวโฮสต์"


คนฟังอ้าปากค้าง พูดไม่ออก
จินยังยิ้ม ไอ้วิธีก็ไม่อยากใช้หรอก แต่เรียนรู้มาจากคาเมะ  คนดีของยูยะนั่นแหละ!



..................................................................................................................................................................................................................................................................................



จินเดินเอื่อยมาเรื่อย ๆ ทั้งยังไม่แน่ใจตัวเอง  แต่ครั้นแล้วเขาก็มาหยุดอยู่หน้าบานประตูตามเลขห้องที่ยูยะบอก เขาถอนหายใจพรืด เคาะประตูสามครั้ง  แต่ยังเงียบ  รออยู่พักใหญ่เคาะซ้ำอีกครั้งก็ยังเงียบ  


"พักนี้คาเมะนอนไม่ค่อยหลับ"   ยูยะบอกเขามาในตอนนั้น ทั้งที่หน้ายังมุ่ยเหมือนโดนเอามีดจี้คอ  "พยายามนอนเป็นเวลาอยู่ ตอนกลางวันเลยติดต่อไม่ได้"


แต่เขาก็หลอกถามซะจนรู้ที่อยู่คาเมะได้ล่ะ แล้วเข้ามาได้เพราะเจอพี่สาวใจดี น้องชายเธอเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน พอบอกว่าเข้ามาหาเพื่อน เห็นว่าไม่มีอะไรเสียหาย เธอจึงช่วยพาเข้ามา
อา....ว่าแต่เขามาทำอะไรที่นี่


ชั่วครู่ จึงทาบมือลงบนลูกบิดประตู  แค่ผลักเบา ๆ ประตูก็เปิดออกโดยไม่ได้คล้องโซ่จากด้านใน จินสังหรณ์ใจบางอย่าง จึงรีบสาวเท้าเข้าไป ผ้าม่านทึบแสงรูดปิดสนิทไว้ เมื่อประตูหับลง นอกจากลำแสงแคบ ๆ ที่ลอดเข้ามาได้แล้ว ทั้งห้องก็มืดสนิทราวกลางคืน เขากวาดสายตาไปโดยรอบ  พอสายตาเริ่มคุ้นชิน  จึงเห็นทุกอย่างเป็นรูปเงา  แล้วเขาก็เห็น....ร่างหนึ่งนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม


เครื่องปรับอากาศทำงานจนอุณหภูมิเย็นเฉียบ  ดวงหน้านวลมีเส้นผมตกบังหน้าอยู่  คาเมะหลับสนิทไม่รู้ตัวจริง ๆ   เขาถอนหายใจ...อันตรายนักล่ะ  ประตูห้องก็ไม่ยอมปิด....   ระหว่างที่เขาลังเลว่าจะปลุกเจ้าของห้องดีหรือไม่นั้น  ใจก็เต้นแรงขึ้นเมื่อร่างบนเตียงเริ่มขยับ  คาเมะพลิกตัวนอนหงาย  เสยผมขึ้น  ปรือตามองอย่างงุนงงเมื่อเห็นเขายืนอยู่ตรงนั้น  จินแทบกลั้นหายใจ  แต่นัยน์ตานั้นยังมองนิ่ง  


"ฉันมาเอาของ...."  เขาพูดออกมาคำแรก แต่คล้ายพูดกับตัวเองมากกว่า   "ร่ม"


คาเมะมองเงียบ ๆ ไม่พูดอะไร  จินขมวดคิ้ว เขาเริ่มมองหาเอง แล้วก็เห็นร่มสีน้ำตาลของตนพิงอยู่ข้างตู้ด้านขวามือ
เออ.......แล้วไม่พูดอะไรสักหน่อยหรือ?  อย่างน้อยก็น่าจะถามว่าเขาเข้ามาได้ยังไง   


"....ธุระเท่านี้ล่ะ"


จินบอก แต่สายตานั้นยังคงนิ่งเฉย  มองเขา เหมือนจะถามต่อ ว่ามีอะไรอีกมั้ย


"ไม่มีอะไร ขอบใจ"


เขากล่าว  ละล้าละลังเมื่อสังเกตว่าดวงตาที่มองเขามีบางอย่างแปลกไป แดงก่ำเหมือนกระต่าย แล้วยังดูเลือน ๆ คล้ายจำเขาไม่ได้....คงคิดมากไป
จินตรงไปหยิบร่ม  ก่อนออกจากห้องจึงหันมามองอีกครั้ง แล้วต้องอึดอัด เมื่อคาเมะยังจ้องเขาเขม็ง ทว่าไม่มีคำทักทายหรืออื่นใดแม้สักคำ


จินเริ่มไม่เข้าใจตัวเองมากกว่า  ว่าถ่อมาถึงนี่เพียงเพราะเหตุนี้เองหรือ เขาถอนหายใจ  กำลังจะปิดประตูลง และตัดสินใจว่าตนกับคาเมะคงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องไปมากกว่านี้อีกแล้ว  เสียง ๆ หนึ่งก็ทำให้ชะงัก เป็นเสียงที่ทำให้มือซึ่งยังไม่ผละจากลูกบิดจับแน่นขึ้น เพราะงงงันในสิ่งที่ได้ยิน


นั่นอะไร?
จินนิ่งขึง ที่มาของเสียงน่าจะเป็นคนที่นั่งมองเขาเฉยอยู่เมื่อครู่ไม่ใช่หรือ.....เสียงประหลาดนั่นราวกับใครเอาของแข็งทุบอะไรสักอย่าง แล้วเป็นเสียงฝืด ๆ เหมือนลากของหนักสีไปกับพื้นพรม


เสียงนั้นหยุดลงแล้วเงียบสนิทอย่างน่าสงสัย เขาขมวดคิ้ว  เปิดประตู  เดินเข้าไปด้านในอีกครั้ง  แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้ต้องชะงัก.....ตัวเย็นตั้งแต่หัวจรดเท้า  มือไม้เย็นเฉียบอย่างคนทำอะไรไม่ถูก


มันเป็นอาการของคนที่สติสัมปชัญญะไม่อยู่กับเนื้อตัว  เป็นอาการของคนที่กำลังเสียจริต  เขาตกตะลึง เมื่อรู้สึกตัวจึงพุ่งปราดเข้าแย่งเศษกระจกจากมือน้อย ๆ ที่กระหน่ำกรีดลงบนแขนอย่างหนักมือ เพียงชั่วพริบตาที่เขาเดินออกไป  พื้นสีเข้มก็ชุ่มน้ำเป็นดวง ๆ   ผิวเนียนเรียบที่ไม่เคยมีบาดแผลขณะนี้เป็นร่องเลือดเต็มไปหมด   


"คาเมะ! คาเมะ!  ปัดโธ่ เป็นบ้าอะไรเนี่ย!!"


เขาเขย่าตัวอีกฝ่ายเพื่อเรียกสติ  แต่ไม่ได้ผล  ร่างบางยังหอบหายใจ มือไขว่คว้า เขารวบข้อมือนั่นไว้ แต่ไม่กล้าออกแรงเพราะกลัวปากแผลจะเปิดมากขึ้น ทว่ากริยาข่วนทำร้ายเขาไม่หยุดก็ทำให้แน่ใจว่าคาเมะไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด พลันคาเมะก็กัดริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงตาเบิกโพลง เอามือปิดหูราวจะกั้นเสียงทั้งที่ไม่มีเสียงใด เนื้อตัวโชกเหงื่อ  เลือดสีแดงข้นตัดกับพวงแก้มขาวจัด


เขาดึงผ้าเช็ดหน้ามาผูกห้ามเลือดอย่างยากเย็น  แต่เลือดก็ยังไหลจนชุ่มผ้าผืนเล็ก ทะลักออกมาไม่หยุด  
แล้วดวงหน้านั้นก็เริ่มซีดลงทุกที.......!  






tbc.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ๊ากก



เกิดอะไรขึ้น


โฮคาเมะน่ากลัวอีกแหละ แปรปรวนจังวุ้ย


จินดูแลคาเมะดีๆนะ ชิ

โอ๊ยย สงสารคาเมะจัง

#1 By ParadicE-Me~* (222.123.199.88) on 2008-12-09 22:55

กรี๊ดดดดดดดดดดด ด
น้องน่ากลัวอิกแล้ว! TT ^ TT


น้องเป็นอะไรไปเนี๊ยะ
ใคร! ใครทำน้อง!
:((



อ้วนจินรักษาน้องอย่างด่วน! : D

#2 By BUTAjiZ * ท้องฟ้า (125.24.68.248) on 2008-12-25 17:22