long-fic

PASSION CH.12

posted on 12 Nov 2008 00:22 by ficblog  in long-fic
จินจำไม่ได้แล้วว่ามาลงเอยแบบนี้ได้อย่างไร


รู้แต่เมื่อเขาตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องตัวเองอย่างที่ควรจะเป็นก็แทบทะลึ่งพรวด ถ้าไม่ติดว่าร่างของคนที่ซุกเกยอยู่จะละเมอรัดกอดแน่นขึ้นจนจินได้แต่เกาหัวแกรก ๆ  ไม่รู้จะทำเช่นไร  จึงเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ เมื่อมันดังขึ้นอีกครั้ง พยายามไม่ให้อีกคนหนึ่งตื่น แต่จู่ ๆ คาเมะกลับลืมตาแล้วถามเขาชัดถ้อยชัดคำ ปราศจากท่าทีงัวเงีย  


"ที่บ้านโทรมาหรือ"     


"....ใช่"   


สายตัดไปพอดี  มือที่ค้างอยู่กลางอากาศจึงชะงักไว้แค่นั้น  หันมองร่างเปล่าด้านข้างอย่างนึกสงสัยว่าจะทำหน้าอย่างไรดี   แต่คาเมะเพียงยันตัวขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนอย่างเกียจคร้าน  ควานหารีโมทเปิดทีวีดูข่าวเช้า  ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่ใต้ผ้าผืนใหญ่นี่ไม่มีใครมีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้น  


แก้มสองข้างของจินกลายเป็นสีเข้มเมื่อคาเมะหันมาสบตา  คิดอะไรต่อมิอะไรแล้วชักจะเขินอย่างช่วยไม่ได้   ตั้งใจไต่ลงจากเตียง เพื่อเก็บกวาดข้าวของตน   ก่อนจะต้องอยู่ในสภาพข้าวใหม่ปลามันให้จี๊ดหัวใจไปมากกว่านี้  


"ครั้งแรกก็งี้แหละ"


คาเมะบอกยิ้ม ๆ ติดขำ
แต่จินแทบจะกัดลิ้นตาย......!


เดี๋ยวสิ  ที่จริงเขาไม่ใช่คนที่ต้องอายไม่ใช่หรือ?!


ก็ช่วยไม่ได้  เด็กหนุ่มล้มเลิกความตั้งใจ แก้อายโดยการเอาหน้าซุกบนผ้าห่มเนื้อหนาอุ่น  มองอีกฝ่ายที่นั่งเอนกายสบายอารมณ์แล้วคว้าแขนหมับ  ร่างน้อยสะดุ้ง  หันมามองแทนคำถาม  จินเขยิบเข้ามาใกล้ สีหน้าจริงจังขึ้น ใช้มืออีกข้างค่อยพยุงลำแขนที่เหลืออย่างระวัง  


“มีอุปกรณ์ทำแผลมั้ย”


คาเมะเองกลับมองอย่างไม่ใส่ใจนัก  “จะไปมีได้ยังไง”


จินถอนหายใจ  ปกติต้องมีกันไม่ใช่หรือ  


“งั้นรีบอาบน้ำ  จะได้ไปล้างแผล”


“เดี๋ยวก็หาย”


“จะหายได้ยังไง? เดี๋ยวก็ติดเชื้อตาย”  จินเริ่มโวยวาย  


“ไม่ตายง่าย ๆ หรอกน่ะ”


“ถ้าเกิดฉันไม่มานายก็ตายไปแล้ว เนี่ยเหรอไม่ตายง่าย ๆ”


คนฟังหรี่ตาลง  หันมองอย่างเสียไม่ได้  พึมพำ


“ขี้บ่น”


จินย่นคิ้วเข้าหากัน  แล้วหันหลังให้อย่างขี้เกียจจะพูดจะเตือนอะไรอีก  แต่เมื่อหัวไหล่ที่เปลือยเปล่าสัมผัสเข้ากับหัวไหล่ที่เกือบเย็นเฉียบของอีกฝ่าย  ไออุ่นจาง ๆ จากผิวเนื้อที่ส่งผ่านถึงกันก็ทำให้ร้อนวาบ  จินลอบกลืนน้ำลายช้า ๆ  มองปลายเท้าเพื่อให้อาการครึ่ง ๆ กลาง ๆ ในอกสงบลง  ทว่าความพยายามก็พังครืนเมื่อปลายจมูกนุ่มกดลงบนแก้มของเขา อ้อยอิ่งเอาไว้พร้อมกับลำแขนที่โอบรอบคอเขาช้า ๆ ราวกับรู้ว่าขณะนี้เขาตกอยู่ในสภาพอย่างไร


จินตัวแข็ง หัวใจแทบหยุดเต้น  แล้วยังเกือบลืมหายใจ  เมื่อลมหายใจร้อน ๆ กระซิบแผ่วเบาอย่างง้องอน


“อะไรกัน แค่ไปก็พอใช่มั้ย”


จะฆ่ากันหรือ?


หัวใจที่หยุดทำงานไปชั่วขณะกลับมาเต้นตึกตักหนักอกจนแทบจุก จินปรายตามองดวงหน้างดงามที่คลอเคลียอยู่ใกล้ ๆ อย่างไม่แน่ใจว่าตนสามารถกลับมาหายใจอีกครั้งหรือยัง  เมื่อคล้ายว่าปอดทั้งปอดจะเพิ่งได้รับการสูบอัดจนเต็มกระทั่งหายใจลำบาก  


หยอกเย้าเอากำไรจนตัวเองพอใจ  คาเมะจึงผละไปพร้อมกับเสียงหัวเราะใสแว่ว ๆ ติดปลายหู  
จินถอนหายใจเฮือก!




...............................................................................................................
...............................................................................................................


เขายืนขึ้นเมื่อคาเมะเดินกลับมา  และหยุดอยู่ตรงหน้า  พร้อมกับถกเสื้อแขนยาวเนื้อนิ่มขึ้นให้เห็นว่าต้นเหตุที่เขาต้องรบเร้าให้อีกฝ่ายมาหาหมอนั้นเรียบร้อยดีแล้ว  คาเมะทำหน้านิ่งใส่ราวจะไซโคกลับ   จินยักไหล่อย่างนึกขำแล้วจูงคาเมะออกมาด้านนอก  ต่อให้กลิ่นคลินิกไม่ฉุนเท่าโรงพยาบาล  แต่เห็นท่าทางอึดอัดของคาเมะแล้วจินก็ทนไม่ได้นัก


“เดี๋ยวก่อน”


คาเมะกล่าวก่อนจะเดินถึงรถแล้วลากจินไปอีกทาง  จินเกือบจะถาม  แต่ต้องเงียบไว้เพื่อกลั้นยิ้ม เมื่อใต้แขนเสื้อยาวจนคลุมมือนี้  ปลายนิ้วได้เกี่ยวกันอยู่ไม่ว่าคาเมะจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม  ถึงไม่ได้ประกาศให้ใครเห็นว่าสองมือกำลังเกาะกุมแสดงความเป็นเจ้าของ  จินก็ต้องแปลกใจเหลือเกินว่าตัวเองชอบอยู่แบบนี้มากเพียงใด  


จินพบตัวเองอยู่ในร้านขายของใช้ทั่วไปที่ตกแต่งในโทนสดใส   ในวันหยุดคนหนาตาพอสมควร  แต่ร่างบางยังเดินลิ่ว ๆ ไม่สนใจใคร  ในขณะที่ผู้เดินตามลอบสังเกตเห็นว่าใครหลายคนมองตามคาเมะจนเหลียวหลังให้จินนึกหงุดหงิด  คาเมะหยุดอยู่แถบเซรามิก  ด้อม ๆ มอง ๆ อยู่พัก ถ้วยเนื้อบางใบหนึ่งก็ถูกยกขึ้นให้ดูจนเกือบชิดหน้า


“สวยมั้ย”   ถามแกน ๆ  ยังไม่ทันได้คำตอบก็วางลงที่เดิม  หยิบอีกใบที่หนากว่าขึ้นมาดู  “แต่สวยแล้วเปราะ ก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”    


คาเมะวางถ้วยตัวอย่างลง หยิบเอามาทั้งกล่อง   “ใบที่ใช้อยู่มันแตกแล้ว  ชงกาแฟไม่ได้”


แตกไปเมื่อวันนั้น....
จินเม้มปากเบา ๆ  เมื่อเจ้าตัวพาดพิงถึงเรื่องที่ผ่านมาโดยไม่มีทีท่าสะทกสะท้านต่ออาการของตัวเองที่เกิดขึ้น  ราวกับเป็นเรื่องที่อาจเกิดเมื่อไหร่ก็ได้...  เป็นธรรมดา




“คาเมะจัง”


เสียงเรียกหวาน ๆ ชวนคุ้นหู  คาเมะหันไป  และครั้นจินหันไปบ้างก็ต้องนิ่งงัน.....เช่นเดียวกับเด็กสาวผู้เอ่ยชื่อคาเมะออกมา  เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างกายคาเมะยังมีใครอีกคนที่เธอเคยคุ้นเคยอยู่ด้วย


".....จิน"   


เผลอเรียกออกไป  เงียบไปชั่วอึดใจ  แต่จินยังเฉย  ไม่มีการทักทายใดกลับมา  ก่อความกังวลในใจอีกฝ่ายให้ทบทวี
คาเมะทำเป็นไม่รู้สึกถึงบรรยากาศตึงเครียดจาง ๆ ที่ก่อตัวขึ้น  เขายังคงยิ้มให้เด็กสาวอย่างทุกครั้ง


"อายะจัง มาซื้ออะไรหรือ"


"ฉันแค่ผ่านมาน่ะค่ะ  ตั้งใจมาซื้อไหมพรม กำลังถักเสื้ออยู่"


"ให้แฟน?"  


คาเมะเปรยถาม  แต่ราวกับจงใจให้ใครได้ยินเต็มสองหู  จินปรายตามาทางคนถามก็พบกับแววตาพราวระยับขบขันในท่าทางนั้น ขณะที่อายาเสะลอบมองอดีตคนรักแล้วตอบรับเบา ๆ


"ค่ะ"


จินถอนหายใจคล้ายจะระอาในนิสัยจงใจยั่วโมโหของใครบางคน อย่าคิดว่าเขาจะไม่รู้ตัว  ทว่าจินเพียงถามตามมารยาทเสียงเรื่อย


"สบายดีหรืออายาเสะ"


"สบายดีค่ะ"   ร่างสูงยิ้มบาง ๆ ในขณะที่เด็กสาวยิ้มตอบแบบฝืนเต็มที


"ฉันขอตัวก่อน....."


อายาเสะหน้าเสียไปนิด   จนแผ่นหลังนั้นห่างออกไป  ใต้สีหน้าสลด  อายาเสะนึกสงสัย  ว่าเหตุใดจินที่ตัดเยื่อใยจากเธอไปแล้วยังคงสนิทสนมกับผู้ชายอีกคนที่ตกอยู่ในฐานะชายที่เธอนอกใจไปหา  หากเขาสองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาก่อน......แสดงว่าจินยอมเสียเธอไป...ยังดีกว่ายอมแตกหักกับคาเมะงั้นหรือ?


"เขาเกลียดฉัน....."  


เห็นท่าทีห่างเหินนั้นแล้วหล่อนนึกเสียใจ  จริงอยู่เธอเป็นคนผิด  แต่เธอทำใจไม่ได้ที่คนเคยรู้จักเคยทักทายจะเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้  สายตาของเขามองเธอเหมือนไม่อยากเห็นหน้า  จนต้องเดินหนีไปให้ไกล  นัยน์ตาแดงขึ้นมา  แล้วต้องสะดุ้งเมื่อมีสัมผัสอุ่นมาเคลียอยู่ที่ข้างแก้ม  คาเมะใช้ปลายนิ้วไล้ผิวหล่อนเบา ๆ อย่างปลอบโยน ไม่จาบจ้วง


"เข้าใจผิดแล้ว หมอนั่นเกลียดใครไม่เป็นหรอก"   โฮสต์หนุ่มยิ้ม   "ถึงเกลียด คนถูกเกลียดยังไม่ทันรู้ตัวก็คงหายเกลียดแล้วล่ะ"


เธอเบิกตากว้างขึ้น  ก่อนหัวเราะ ส่ายหน้าน้อย ๆ  "ว่าแต่.....ตอนนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรคุณจริง ๆ นะคะ?"


"ผมไม่ได้เป็นอะไร"   


คาเมะกล่าวพลางคิดทวนคำพูดตัวเอง  ไม่ได้โกหกนี่  หมอนั่นแทบไม่เคยทำอะไรเขาได้สักครั้ง  มีแต่เขาที่ไปทำทางนั้นประสาทเสียอยู่ฝ่ายเดียว


"กับเขาคนนั้น ไปได้ดีสินะครับ"


"ค่ะ.... ขอบคุณคาเมะจังด้วยที่ให้กำลังใจฉันมาตลอด"


คาเมะยิ้ม  ตอนนี้เขากับอายาเสะห่างออกมาในระยะสัมพันธ์ที่เรียกว่าคนรู้จักกัน หล่อนมีเจ้าของแล้ว เขารู้หน้าที่ดีเมื่อความต้องการในตัวเขาจากหล่อนเปลี่ยนไป  ทว่า....คนอื่น..จะว่ายังไง  คาเมะก็อยากรู้เหมือนกัน



เด็กหนุ่มลอบมองคนทั้งคู่เป็นระยะ  เสียงหัวร่อต่อกระซิกที่ลอยมาพาให้หมั่นไส้ยังไงพิลึก เขาไม่ปฏิเสธว่าเขาหงุดหงิด  หมอนี่ติดต่อกับอายาเสะมาตลอดทำไมไม่เคยเล่าให้เขาฟังสักคำ


จินเพิ่งนึกได้
คาเมะเองไม่ใช่หรือที่แย่งแฟนเขาไป  
แล้วทำไมตอนนี้.............เขาถึงมาคบกับเจ้านี่ได้ล่ะเนี่ย!


"ไง สุภาพบุรุษ"


คนที่กำลังนึกนินทาเดินตรงมาถากถาง  แถมยิ้มเยาะให้อีก


“ทนเห็นหน้าแฟนเก่าไม่ได้  กลัวถ่านคุหรือ”   ฟังคำพูดแล้วน่าจับบีบคอนัก  “หรือว่ายังหึงอยู่”


“เปล่า”   จินถอนหายใจ ขี้เกียจต่อคำ จึงเฉยเสีย  ทว่าคาเมะเดินเข้ามาเฉียดไหล่  มองด้วยสายตาที่คนถูกมองแทบร้อนไปทั้งร่าง   ปลายนิ้วแตะคางจินให้หันมา


“งั้นก็ดี”  แววตาที่มองมา....เฉย  เหมือนไม่ได้ล้อเล่น   คาเมะ..สั่ง   “ห้ามมองผู้หญิงคนไหนแล้ว เข้าใจรึเปล่า?”


ต่อให้จินสงสัยว่าแค่เป็นการหยอกเล่นหรือไม่  แก้มสองข้างก็ขึ้นสีเข้มอย่างห้ามไม่อยู่  ราวกับถูกสะกดให้ละสายตาไปไหนไม่ได้  แต่....เขาจะยอมให้คาเมะควบคุมอารมณ์ได้ตามใจชอบอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่  คิดดังนั้นแล้วก็หงุดหงิดเล็ก ๆ  มองดวงหน้าที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจแล้วนึกหมั่นไส้  จึงดีดหน้าผากผึง


“โอ๊ย”   ร้องเพราะตกใจเสียมากกว่า  คาเมะตวัดสายตาโกรธ  แต่คนทำหัวเราะหึ   ก็ขยันยั่วนักทำไม?


โดยไม่สนใจ  จินพูดต่อ  


"ฉันไม่ได้หึงอายาเสะ"   เขากระแอมเบา ๆ   "ฉันก็แค่....สงสัย"


"สงสัยอะไร?"   


จินไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร จึงตั้งใจปล่อยให้หัวข้อนี้ผ่านไป แต่คาเมะถามซ้ำ เปิดทางให้  


"ข้องใจอะไรอยู่ใช่มั้ย?"  ยังคงยิ้มติดหัวเราะ ท่าทางอารมณ์ดี  ถึงไม่โมโหนานที่ไปเล่นกับใบหน้าที่เจ้าตัวหวงนักหวงหนา  "ถามมาสิ ฉันจะตอบ"



.......................................



"นอนกับแขกทุกคนเลยหรือ"


จินเริ่มคำถามแรกทันทีที่ประตูรถปิดทั้งสองฝั่ง  แล้วก็ชะงักไปเสียเองเมื่อเพิ่งนึกได้ว่าคำถามนี้อาจให้ความหมายในการดูถูก  คาเมะยังไม่มีปฏิกิริยาอะไร  จินยิ่งไม่แน่ใจว่าตนรุกไวไปหรือไม่  แต่มีอะไรอีกมากมาย ที่เขาอยากรู้  และยังไม่มีโอกาสได้ถาม  รวมถึงผู้ชายคนนั้น  ที่ทำให้จินเกือบตัดสินใจจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคาเมะอีก.....ผู้ชายที่จินไม่รู้ว่าคือใครและยังไม่กล้าสรุปในใจว่าเป็นแขกของคาเมะที่มาติดพันหรือว่ามีความสัมพันธ์อื่น


"เป็นความพอใจทั้งสองผ่าย  ก็แล้วแต่เขา"   คาเมะถอยรถออกจากที่จอด  หักพวงมาลัยไปเรื่อย ๆ กระทั่งออกสู่ถนนหลัก     


"พวกเขาเองมาหาฉันเวลาต้องการ  แลกเปลี่ยนร่างกายฉันด้วยเงิน นึกดูแล้วไม่ต่างอะไรกับผู้ชายขายตัวอย่างที่ใครเขาคิดหรอก"  


แวบหนึ่งจินนึกถึงเรียว แต่จินไม่แน่ใจว่าคาเมะตั้งใจเจาะจงผู้ชายคนนั้นหรือไม่  


"ถ้าเขากอดฉัน  ก็เป็นหน้าที่ฉันต้องกอดตอบ ให้สมราคาที่พวกเธอยอมจ่าย...ไม่ใช่หรือ?"  


คนฟังไม่พูดอะไรสักคำ  หากแต่มองหน้าคาเมะเงียบ ๆ


"บางคนแค่มาเที่ยวเพราะอยากรู้   บางคนมานั่งคุยแก้เหงา  คนอายุมากแล้วก็มี  เธอก็เอ็นดูฉันเหมือนลูกชายสักคน    ฉันก็มีหน้าที่ทำให้พวกเขามีความสุข       มีอะไรอีก?"


เงียบอยู่ครู่ใหญ่ก่อนคนที่ตัดสินใจอยู่นานจะเอ่ยคำถามอื่น อย่างแนบเนียน
จินอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือใคร  แต่เขาไม่อยากถามตรง ๆ ......และไม่อยากยอมรับว่ากลัวคำตอบ


".....นายไม่เคยรับแขกผู้ชายจริงหรือ"   ร่างบางมองคนถามแวบหนึ่งก่อนจะเบือนหน้ากลับ ความเงียบเป็นคำตอบว่าใช่  จินจึงถามต่อ   "ทำไม?"  


"จะรู้ไปทำไม?"


"ไหนนายว่าฉันสงสัยอะไรก็จะบอก”    


ร่างบางยักไหล่  "ถ้าเป็น 'งาน' ล่ะก็  ยังไม่เคย"


เอาแล้วสิ


แต่จินยังเก็บงำเอาไว้ก่อน  ไม่ใช่เรื่องที่ดีหากถามหาผู้ชายปริศนาคนนั้นในตอนนี้  เมื่อใบหน้านั้นหันมามองราวจะหยั่งเชิง  จินก็แค่ทำหน้ารับรู้  คาเมะจึงขยายความต่อ....สั้น ๆ


"ก็ฉันไม่ชอบผู้ชาย"


แทบตกเบาะ คนฟังทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้กินอะไรขม ๆ   จินไม่กล้าถามซ้ำ เพราะไม่แน่ใจอย่างที่สุด ว่าคราวนี้คาเมะพูดจริงหรือเล่น



รถจอดลงหน้าบ้านพอดี  ประตูล็อกจากด้านหน้า  จินคุ้ยกระเป๋าตัวเองว่ากุญแจบ้านยังอยู่ดีหรือไม่


คาเมะหัวเราะเบา ๆ   "แต่อย่างว่า  ก่อนหน้านี้ฉันยังเคยรับผู้หญิงคนแรก  หากสักวัน ฉันจะขอโอนเนอร์รับผู้ชายขึ้นมาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร"


สิ้นคำ ร่างสูงชะงัก จับจ้องดวงหน้างามของคนพูดไม่ยอมวาง  
ชายหนุ่มยืดหลังตรง ระงับความหึงหวงเอาไว้ในอก  ก่อนกล่าวเสียงเรียบ


“หมายความว่า.....ถึงไม่ชอบผู้ชาย ก็ยังจะมีผู้ชายคนต่อ ๆ ไปงั้นหรือ”  จินบิดรอยยิ้ม  “แปลกดีนะ”


ความเงียบเป็นอีกครั้งที่ดังที่สุด  บรรยากาศอึมครึมแผ่อยู่ชั่วอึดใจ  ก่อนจินจะเปิดประตูลงจากรถ  คาเมะก็เอ่ยขัดขึ้นลอย ๆ


“อุตส่าห์มาส่ง  จูบลายังไม่มีเลย..”  


ไม่ทันสิ้นคำ  คาเมะก็งันไปเมื่อริมฝีปากนั้นทาบลงเบา ๆ   ก่อนจะแนบลงอีกครั้งอย่างเนิบช้า   จินสอดมือเข้าท้ายทอย ประคองเข้าหาตัวเพื่อเก็บรสหวานติดปลายลิ้นจนทุกหยดหยาด  มีกลิ่นบุหรี่จาง ๆ


เขาผละออกและคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะหน้าแดง  มองเขาอย่างนึกอึ้ง
จริงสินะ  เขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน......


ก็อยากมาหยอดเองทำไม คงคิดว่าเขาไม่กล้า แล้วดู...มองเขาเหมือนโดนขโมยจูบเป็นครั้งแรกอย่างนั้น  ตัวเองก็น่าจะเคยชินไม่แพ้พวกเสือผู้หญิงเลยแท้ ๆ


"อะไรเล่า"   


ชายหนุ่มถามเสียงห้วนอย่างเริ่มประหม่าเมื่อคาเมะจ้องเขาตาไม่กะพริบ พยายามคุมสีหน้าให้คงที่คงทาง ไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ว่าขณะนี้มือเย็นเฉียบเพราะตัวเองก็ตื่นเต้นจนแทบจะหาที่เก็บไม้เก็บมือไม่ถูก  


คาเมะส่ายหน้าดิกแล้วหันไปทางอื่น  ถ้าปกติคงบิดมุมปากยิ้มเยาะเขาไปนานแล้ว หาข้อเหน็บแนมต่าง ๆ อย่างเช่นว่าดีปคิสไม่ได้เรื่องบ้างล่ะ......


เขามองเอวคอดบางราวผู้หญิงที่อยู่ใต้ผ้านิ่มแนบเนื้อ  คอเสื้อเปิดกว้าง จึงเห็นผิวใสขาวจัดกับรอยจูบจาง ๆ   ผิวแก้มนั้นยังคงระเรื่อ....เหมือนตอนที่เคลื่อนไหวอยู่บนตัวเขา...และเขาสามารถมองอีกฝ่ายชัดที่สุด.... เนื้ออ่อนๆ แดงซ่าน ลมหายใจร้อนผ่าวราวกับไฟลน......กายเสียดสีกันยามขยับแนบชิดแล้วถอยออกห่าง.....เสียงครึมครางอ่อนหวานยังติดหู.......จินหลับตาลง  จะฟุ้งซ่านกันไปใหญ่แล้ว  ให้ตายสิ!  


เขาคว้าแขนนั้นเอาไว้....เมื่อคาเมะก้มหน้าก้มตาจะสตาร์ทรถ


"อะไร.... "


“ฉันยังไม่หมดคำถาม”   ชายหนุ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้    “อยู่ก่อนได้มั้ย”  


ใกล้จนริมฝีปากจะแตะ  แต่หยุดไว้ราวจะรอคำตอบ...สำหรับคำถามนี้   รอจนคาเมะจูบตอบ  แล้วลำแขนนั้นโอบรอบคอเขา  จินจึงสอดมือเข้าโอบเอว  ดวงตาที่หลุบลงราวกับตั้งใจมองไปทางอื่น จินอยากจะคิดเข้าข้างตนเองเหลือเกินว่าอีกฝ่ายเองก็นึกเขินขึ้นมาบ้างจนไม่กล้าสบตา......กวาดสายตาสำรวจอีกฝ่ายจนถึงดวงตาคู่สวย..............ไม่รู้ว่าทำไม วันนี้คาเมะจึงดูน่ารักกว่าทุกวัน......จนอยากจะรัก..ให้สาสม



อีกไม่นาน......
เขาอาจหลงร่างนี้จนโงหัวไม่ขึ้นอย่างที่เจ้าตัวเคยประกาศไว้จริง ๆ ก็ได้







tbc.